หน้าแรก เศรษฐกิจ คลัง ออกมาตรก...

คลัง ออกมาตรการสินเชื่อช่วยน้ำท่วม แบ่งจากซอฟต์โลน 5 หมื่นล้านบาท

1.10.24 | 14:57 น.

คลัง ออกมาตรการสินเชื่อช่วยน้ำท่วม แบ่งจากซอฟต์โลน 5 หมื่นล้านบาท ดอกเบี้ยไม่เกิน 3.5% ยื่นขอได้ถึง 30 ธ.ค.67

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 นั้น ได้เห็นชอบ การปรับแก้เงื่อนไข โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ ซอฟต์โลน GSB Boost Up จากที่ธนาคารออมสินสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 1 แสนล้านบาท ให้สถาบันการเงินปล่อยกู้ต่อ ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ให้แบ่งเงินออกมาจำนวน 5 หมื่นล้านบาท ขยายให้ครอบคลุม ผู้ประกอบการรายย่อย และผู้ประกอบอาชีพอิสระ และเอสเอ็มอีที่ประสบอุทกภัย ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น

“สินเชื่อภายใต้โครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูกิจการ หลังจากประสบอุทกภัย ทั้งนี้ ในส่วน 5 หมื่นล้านบาทดังกล่าว จะต้องยื่นขอสิเชื่อภายในสิ้นปี 2567 นี้ ส่วนหากใช้วงเงินไม่หมด เงินที่เหลือก็จะนำไปรวมในโครงการหลัก ขณะเดียวกันยังมีการปรับเงื่อนไขของโครงการค้ำประกันสินเชื่อกรณีผู้ประสบอุทกภัย ผ่านบริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) โดยฟรค่าธรรมเนียม 3 ปี และ ชดเชยเพิ่มเป็น 40% จากปกติ 30%”นายเผ่าภูมิ กล่าว

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สำหรับจัดสรรวงเงินจำนวน 5หมื่นล้านบาท ภายใต้โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ GSB Boost Up เพื่อนำมาช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยธนาคารออมสินสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้แก่สถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ

นายพรชัย กล่าวว่า ทั้งธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจในอัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี เพื่อนำไปปล่อยสินเชื่อให้แก่ผู้ที่ได้ผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 3.5% ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี วงเงินต่อรายไม่เกิน 40 ล้านบาทรวมทุกสถาบันการเงิน และภายใต้วงเงินดังกล่าวธนาคารออมสินสามารถปล่อยสินเชื่อให้แก่ผู้ที่ได้ผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยโดยตรงภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเดียวกัน ทั้งนี้ สามารถยื่นขอสินเชื่อได้จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2567

Advertisement

นายพรชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ โครงการค้ำประกันสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยปี 2567 ภายใต้โครงการพีเอสจี 11 ของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยให้ได้รับสินเชื่อได้อย่างเพียงพอและช่วยให้สถาบันการเงินมีความมั่นใจในการปล่อยสินเชื่อ

นายพรชัย กล่าวว่า โดย บสย. จะจ่ายค่าประกันชดเชยตลอดโครงการนี้เพิ่มขึ้นเป็นไม่เกิน 40% จากเดิมเฉลี่ย 30% โดยรัฐบาลจะจ่ายค่าธรรมเนียมค้ำประกันแทนผู้ประกอบการใน 3 ปีแรก หลังจากนั้น บสย. คิดค่าธรรมเนียมการค้ำประกันจากผู้ประกอบการ 1.25% ต่อปี ระยะเวลาค้ำประกันไม่เกิน 10 ปี รับคำขอค้ำประกันถึงวันที่ 30 เมษายน 2568

“กระทรวงการคลังเชื่อมั่นว่าการดำเนินการดังกล่าวจะสามารถให้ความช่วยเหลือด้านสภาพคล่องแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยให้สามารถฟื้นฟูกิจการเพื่อกลับมาประกอบอาชีพและดำเนินธุรกิจต่อไปได้ภายหลังจากที่สถานการณ์คลี่คลายลง ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมที่จะออกมาตรการที่เหมาะสมมาดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที เพื่อไม่เกิดผลกระทบต่อการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจเป็นวงกว้างต่อไป”นายพรชัย กล่าว