นายศีลวัต สันติวิสัฎฐ์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ตั้งเป้าหมายเป็นศูนย์กลางการชำระเงินระหว่างธนาคารในภูมิภาคเพื่อรองรับการค้าระหว่างประเทศของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 10 ประเทศ รวมทั้งอีก 3 ประเทศ คือ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ (บวก3) ซึ่งมีปริมาณธุรกรรมสูงถึง 66 ล้านล้านบาทต่อปี จำนวนนี้เป็นการค้าภายในเฉพาะภูมิภาคอาเซียนถึง 20 ล้านล้านบาท โดยอัตราการเติบโตของการค้าระหว่างกันในภูมิภาคนี้มีเติบโตสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยปัจจุบันการค้าระหว่างประเทศภายในภูมิภาคส่วนใหญ่ยังคงใช้สกุลเงินหลักของโลก เช่น ดอลลาร์สหรัฐ ปอนด์ และ ยูโร เป็นต้น ซึ่งทำให้มีต้นทุนการทำธุรกรรมที่สูงกว่า เพราะต้องแปลงค่าเงินไปมา อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมา ภาครัฐในกลุ่มประเทศอาเซียนมีนโยบายในการสนับสนุนให้ค้าขายด้วยเงินสกุลท้องถิ่นมากขึ้น ส่งผลให้การใช้เงินสกุลท้องถิ่นในการค้าระหว่างไทยกับประเทศอาเซียนมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอด 5 ปีที่ผ่านมา จากสัดส่วน 16% ของมูลค่าการค้าในปี 2555 เป็น 22% ในปี 2559
นายศีลวัฒน์ กล่าวว่า ธนาคารได้พัฒนาระบบการชำระเงินระหว่างธนาคารในภูมิภาค และได้ร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนในต่างประเทศกว่า 70 ราย โดยมีแผนใช้ดิจิตอลเทคโนโลยีในการสร้างช่องทางการชำระเงินระหว่างประเทศ ซึ่งจะทำให้ลูกค้าได้รับบริการที่ถูกต้อง สะดวกรวดเร็ว ปลอดภัย เช่น การเพิ่มช่องทางการโอนเงินระหว่างประเทศผ่านแอพพลิเคชั่น เคโมบายแบงก์กิ้งพลัส เพื่อทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการของธนาคารได้ครอบคลุม สามารถทำธุรกรรมได้ทุกที่ ทุกเวลาและลดต้นทุนการดำเนินงานได้ ธนาคารคาดว่าจะมีปริมาณธุรกรรมการโอนเงินระหว่างประเทศด้วยสกุลเงินอาเซียนบวก3 ผ่านธนาคารปีนี้ เติบโต 11% หรือมูลค่าราว 280,000 ล้านบาท

