หน้าแรก เศรษฐกิจ ร้านทองซึม ทอ...

ร้านทองซึม ทองแพง เศรษฐกิจฟื้นช้า ทุบกำลังซื้อวูบ 30% ปรับตัวลดไซส์ขาย ‘ทองคำจิ๋ว’

2.10.24 | 21:49 น.

ร้านทองซึม ทองแพง เศรษฐกิจฟื้นช้า ทุบกำลังซื้อวูบ 30% ปรับตัวลดไซส์ขาย ‘ทองคำจิ๋ว’

วันที่ 2 ตุลาคม นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า สถานการณ์ธุรกิจค้าทองคำในประเทศไทย ในส่วนของทองรูปพรรณกำลังซื้อลดลงประมาณ 20-30% เมื่อเทียบกับปี 2566 สาเหตุจากภาวะเศรษฐกิจไม่ดี คนมีรายได้ลดลง ค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้คนนำเงินไปซื้อสิ่งที่จำเป็นกว่าการซื้อทองคำไว้ออม ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นมากทะลุ 40,000 บาทต่อบาททองคำ ทำให้คนไม่สามารถซื้อได้ อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น คาดว่ากำลังซื้อจะลดลงไปอีกเรื่อยๆ จากเมื่อก่อนคนมีเงินเดือน 20,000-30,000 บาท สามารถซื้อทองคำได้ 1-2 สลึง แต่ในปัจจุบันซื้อไม่ได้แล้ว แม้ปัจจุบันราคาทองคำในประเทศจะถูกลง หลังจากเงินบาทแข็งค่าเร็ว โดย 2 เดือนที่ผ่านมาผลจากการที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นประมาณ 10% ทำให้ราคาทองคำราคาปรับตัวลดลงประมาณ 4,000 บาทต่อบาททองคำ แต่ยังไม่จูงใจให้คนมาซื้อทองคำเพื่อการออมมากนัก นอกจากทองคำแท่งที่นักลงทุนจะซื้อเก็บไว้เก็งกำไร เนื่องจากราคาทองคำโลกมีการปรับตัวสูงขึ้นมากในขณะนี้ โดยเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2567 อยู่ที่ระดับ 2,649.50 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์

“ราคาทองคำในประเทศ หากบาทไม่แข็งค่าเร็ว โดยปกติราคาทองคำน่าจะแตะ 45,000 บาทต่อบาททองคำ แต่ก็เชื่อว่าราคาทองคำยังคงเป็นขาขึ้น และในปีนี้น่าจะเห็นแตะที่ 43,000 บาทต่อบาททองคำ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆด้วย ทั้งทิศทางธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 1-2 ครั้งในปีนี้ อยู่ที่ว่าจะลดลงอีก 0.25%หรือ 0.5% รวมถึงค่าเงินบาทและค่าเงินดอลลาร์ด้วย ทั้งนี้คาดหวังว่าไตรมาส4 ซึ่งเป็นไฮซีซั่น จะทำให้การซื้อขายทองคำในประเทศคึกคักมากขึ้น เพราะเป็นช่วงที่คนหาซื้อของมอบเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพราะส่วนใหญ่ทองคำจะขายดีช่วงเทศกาลปีใหม่ ตรุษจีน สงกรานต์”นายจิตติกล่าว

นายจิตติกล่าวว่า จากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัว ด้านผู้ประกอบการเองก็ต้องปรับตัวเช่นกัน โดยในส่วนของห้างทองจินฮั้วเฮง ได้มีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ให้มีขนาดเล็กลง ในรูปแบบทองคำแท่งจิ๋ว ขนาดน้ำหนัก 0.3 กรัม จำหน่ายในราคาเริ่มต้น 1,000 บาทต้นๆ เพื่อเป็นการรองรับกลุ่มลูกค้าที่กำลังซื้อไม่สูงมาก แต่ต้องการซื้อไว้เพื่อการออมหรือมอบเป็นของขวัญสำหรับในช่วงเทศกาลต่างๆ โดยได้เปิดตัวเมื่อเดือนกันยายน 2567 ที่ผ่านมา ปรากฎว่าได้รับการตอบรับจากลูกค้ามากพอสมควร

“ทองคำถือว่าเป็นธุรกิจที่มั่นคง และเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่า ซื้อไว้ไม่ว่าจะเพื่อการออมหรือเพื่อการลงทุน ถือว่าเหมาะสมทั้งนั้น เพราะเป็นสินทรัพย์ที่ชนะเงินเฟ้อและราคามีแนวโน้มขาขึ้น แม้ว่าช่วงนี้เงินบาทจะแข็งค่าก็ตาม”นายจิตติกล่าว

Advertisement