งาน SUSTAINABILITY EXPO 2024 : GOOD BALANCE, BETTER WORLD “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 กันยายน – 6 ตุลาคม 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)
นายวิลาศ เฉลยสัตย์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง เปิดเผยว่า การไฟฟ้าแบ่งเป็นส่วนของผู้ผลิตและผู้จำหน่าย โดยการไฟฟ้านครหลวงเป็นการไฟฟ้าของคนเมือง เป็นผู้จำหน่ายไฟให้กับกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ โดยการทำแผนยุทธศาสตร์ในปัจจุบันจะมองไปข้างหน้าในอีก 10-20 ปีต่อจากนี้ ซึ่งคาดว่าทั้ง 3 พื้นที่ของการจำหน่ายไฟฟ้าให้นั้น จะกลายเป็นสมาร์ทซิตี้ ต้องการการใช้บริการที่มีมากกว่าบริการขั้นพื้นฐานจากเดิม แต่เป็นการบริการในรูปแบบดิจิทัลที่สามารถเข้าถึงได้สะดวก มีความรวดเร็ว และเท่าเทียมมากขึ้น ไม่ต้องพึ่งพากระดาษแบบเดิมๆ แล้ว โดยเฉพาะกรุงเทพที่จะเป็นเมืองแห่งธุรกิจ มีบริษัทชั้นนำเข้ามาเพิ่มเติมจำนวนมาก รถไฟฟ้าทั้งสาธารณะและยานยนต์ส่วนบุคคลจะมีมากขึ้น มีอาคารสูงเกิดขึ้นอีกมาก เพราะพื้นที่มีจำกัด ต้องอาศัยที่อยู่แนวดิ่งมากขึ้น การเติบโตจะเปลี่ยนแปลง มีปัญหาเรื่องช่องว่างระหว่างวัย ซึ่งการไฟฟ้าต้องตอบสนองการใช้ชีวิตของประชาชนในทุกวัย รวมถึงดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนในอนาคตด้วย
“พลังงานเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องใช้ แม้การผลิตพลังงานจะบอกว่าเป็นบ่อเกิดของการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ แต่ก็ต้องใช้และอยู่ด้วยกันให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการจัดทำแผนการใช้พลังงานทุกหน่วยให้เกิดความคุ้มค่าอย่างแท้จริง ทั้งการพัฒนาระบบไฟฟ้า การจัดการเรื่องคน การบริการต่างๆ เพื่อให้องค์กรมีประสิทธิภาพ รวมถึงการจำหน่ายไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ” นายวิลาศ กล่าว
นายวิลาศ กล่าวว่า การบริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพคือ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นเรื่องที่เหมาะกับผู้จำหน่ายไฟฟ้า และการปรับเปลี่ยนแหล่งพลังงานที่อยู่ในส่วนของการผลิต โดยการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ต้องทำให้เกิดผลิตผลเท่าเดิม หรือมากกว่าเดิม แต่ใช้พลังงานในการผลิตน้อยกว่าเดิม อาทิ ระบบของอาคาร ส่วนใหญ่พลังงานจะสิ้นเปลืองกับระบบปรับอากาศ ซึ่งต้องเปลี่ยนแปลงด้วยการใช้ระบบที่ช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้า มีประสิทธิภาพในเรื่องการบริหารจัดการ รวมถึงใช้พลังงานทดแทนผนวกกับมาตรการจัดการ เพื่อใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เพียงการลดใช้พลังงานเท่านั้น
นายวิลาศ กล่าวว่า การใช้พลังงานที่ลดลง เริ่มต้นได้ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการใช้พลังงาน ไม่ใช่มุ่งแต่เทคโนโลยีต่างๆ เท่านั้น แต่ต้องบริหารจัดการการใช้พลังงานอย่างเหมาะสม อย่างที่ผ่านมาได้ร่วมกับภาคเอกชน อาทิ ห้างสรรพสินค้า สถานประกอบการธุรกิจ นำอาคารเหล่านี้มาประเมินด้วยมาตรฐานของการไฟฟ้าฯ หากยังไม่เข้าเกณฑ์ประหยัดพลังงานก็จะช่วยแนะนำวิธีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ได้ตามเกณฑ์ชี้วัดที่ตั้งไว้ ซึ่งจะสามารถเข้าร่วมการประกวดชิงรางวัลที่ใช้เป็นงบประมาณในการจัดการเปลี่ยนอุปกรณ์ที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานได้สูงขึ้นกว่าเดิม โดยการไฟฟ้าฯ เองก็เป็นต้นแบบขององค์กรในการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดด้วย ซึ่งมีอาคารของการไฟฟ้าฯ ที่ผ่านการประเมินจากสหรัฐ ในระดับแพลตตินัม เกี่ยวกับการเป็นอาคารที่มีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานได้อย่างสูงสุด
นายวิลาศ กล่าวว่า ส่วนอาคารบ้านเรือนของประชาชน ในด้านการบริหารจัดการพลังงาน อยากให้มองเป็นระบบที่ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่โตมากขนาดนั้น เริ่มต้นที่การพิจารณาการใช้ไฟฟ้าของบ้านตัวเอง ว่าพื้นฐานมีการใช้พลังงานอยู่ที่เท่าใด อาทิ ใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 1,000 หน่วยต่อเดือน ตั้งเป้าการปรับลดการใช้พลังงานให้น้อยลงสัก 10% หรือ 100 หน่วยต่อเดือน จากนั้นหาว่าจะลดการใช้ไฟฟ้าจากส่วนใด อย่างเครื่องปรับอากาศ อุณหภูมิที่เหมาะสม ซึ่งเป็นตัวหลักที่ทำให้การใช้ไฟฟ้าลดลงหรือมากขึ้น หากทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้แล้ว อาจตั้งเป้าใช้ไฟฟ้าลดลงอีก 10% ผ่านการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ในครัวเรือนที่มีอายุการใช้งานสูงๆ อาทิ เตารีด หม้อหุงข้าว มีอายุเกิน 10 ปี ต้องเปลี่ยนได้แล้ว เพราะกินไฟเยอะในการใช้งาน รวมถึงทำตามแนวคิดตัวไปไฟดับ คือ หากออกจากบ้านแล้วก็ต้องปิดการใช้ไฟทันที ไม่ใช่ออกจากบ้านแล้วยังเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทิ้งไว้ ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นเรื่องพื้นฐาน เพราะการจัดการพลังงานเป็นเรื่องของวินัยอย่างแท้จริง
“ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปตอนนี้ ทุกคนต้องปรับแนวคิดแล้ว เอาเรื่องความเชื่อก่อน ต้องเชื่อว่าโลกร้อนขึ้นทุกวัน จนจะกลายเป็นโลกเดือดแล้ว ส่งผลต่อภาวะทางธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงตาม เหมือนปัญหาน้ำท่วมใหญ่ที่เกิดขึ้นแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในช่วงที่ผ่านมา โดยสิ่งที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้คือ การหาพื้นฐานในการใช้ไฟฟ้าของครัวเรือนหรือองค์กรก่อน ว่าใช้จำนวนเท่าใด มีผลต่อการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์มากน้อยเท่าใด ซึ่งหากรู้ปริมาณที่ใช้ก็จะสามารถคำนวณการปรับลดเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ เหมือนแผนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net zero) ในปี 2050 โดยย้ำว่าภาวะโลกร้อนมีจริง และจะกลายเป็นโลกเดือดได้ สะท้อนจากการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ และปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ไม่เคยเกิดขึ้น แต่ได้เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งความรุนแรงขนาดนั้นหากเป็นเพราะธรรมชาติอย่างเดียวอาจไม่สามารถจัดการได้ แต่ส่วนที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ที่ก่อให้เกิดความรุนแรงมากขึ้น เราต้องช่วยกันในการลดการใช้พลังงานและผลกระทบที่จะตามมา” นายวิลาศ กล่าว
นายวิลาศ กล่าวว่า การบูรณาการ และข้อกฎหมายต่างๆ บ้านเราถือว่าขาดเจ้าภาพ หากจะมีการทำอะไรสักอย่าง จะเกิดคำถามว่าใครเป็นคนทำ อย่างเรื่องสิ่งแวดล้อมที่เป็นเรื่องใหญ่ หรือแม้แต่เรื่องการแยกขยะเพื่อทิ้งขยะ ถามว่าใครรับผิดชอบ ทำให้เวลาการตั้งกฎหมายขึ้นมากำกับดูแลอาจต้องมีกฎหมายแยกย่อยไปในแต่ละพื้นที่ให้มีความเหมาะสมด้วย แต่มองว่าเป็นเรื่องการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม การคัดแยกขยะเป็นเรื่องวินัยของแต่ละบุคคล ซึ่งต้องปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก ส่วนภาวะปัจจุบันที่มีคนสูงวัยเยอะขึ้น ก็ต้องเข้าใจว่าพฤติกรรมของกลุ่มคนเหล่านี้เปลี่ยนแปลงยากแล้ว จึงต้องปลูกฝังแนวคิดการรักษาสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ยังเด็ก โดยเน้นย้ำว่าประเทศที่สามารถบริหารจัดการพลังงานและใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องเป็นประเทศที่มีวินัยเป็นตัวนำ อาทิ ญี่ปุ่น การสร้างผลิตผลเทียบกับการใช้พลังงาน สามารถสร้างผลิตผลที่เพิ่มมากขึ้น ภายใต้เส้นพลังงานที่ใช้เท่าเดิมอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงการบริการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงแนวคิดการดำเนินการไม่ได้รอให้ภาครัฐเป็นตัวนำด้วย แต่เอกชนเดินหน้าจัดการเอง แต่ประเทศไทยชอบการกำกับ ทำให้หากเราสามารถก้าวไปสู่จัดนั้นได้ จะยกระดับคุณภาพชีวิตไปได้อีกขั้นเลย
นายวิลาศ กล่าวว่า สำหรับการนำสายไฟฟ้าลงดิน คาดการณ์ไว้ในอนาคตจะเปลี่ยนจากสายอากาศเป็นสายใต้ดินทั้งหมด แต่อาจต้องใช้เวลาอีกหลายปี ซึ่งเสาไฟฟ้าที่ถูกนำสายไฟออกเพื่อนำลงดินแล้ว ได้รื้อถอนออกไปใช้เป็นแนวป้องกันป่าชายเลน เพื่อช่วยป้องกันปัญหาน้ำท่วมได้ ส่วนปัญหาการจัดการสายสื่อสาร ถือเป็นภารกิจสำคัญ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้การไฟฟ้าดำเนินการอย่างเด็ดขาดในการจัดระเบียบสายสื่อสารทั้งหมด รวมถึงการนำลงดิน หากพื้นที่ส่วนนั้นไม่มีการนำลงดิน และเห็นการนำสายสื่อสารมาพาดไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตจะถูกดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

