หน้าแรก เศรษฐกิจ สรวงศ์ นำประช...

สรวงศ์ นำประชุมร่วม ททท. ปักธงดันท่องเที่ยว พาไทยกลับสู่ที่ 1 ในสายตาต่างชาติ

3.10.24 | 22:54 น.

สรวงศ์ นำประชุมร่วม ททท. ทั่วไทย-ทั่วโลก ปักธงดันท่องเที่ยวกลับสู่ที่ 1 ในสายตาต่างชาติ

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า หลังจากได้ประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก (World Class Destination) ระหว่างการท่องเที่ยวภายในประเทศ (ททท.) ภายใต้สำนักงาน ททท.ต่างประเทศ 29 แห่งทั้วโลก และสำนักงานในประเทศอีก 45 แห่ง เพื่อรับฟังข้อมูลในการผลักดันภาคการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตต่อไป โดยข้อเสนอของสำนักงาน ททท.ส่วนใหญ่ยังเป็นเรื่องเที่ยวบินที่ต้องการให้เพิ่มจำนวนมากขึ้น เพราะประเทศไทยถือเป็นจุดสนใจในการเข้ามาท่องเที่ยวของทั่วโลก ซึ่งขณะนี้เริ่มเห็นจำนวนเที่ยวบินกลับมาแล้วในหลายประเทศ และเพิ่มการบินตรงเข้ามามากขึ้นหลังจากยกเลิกบินในช่วงเกิดโควิดระบาด อาทิ อิตาลี อังกฤษ โดยเรายังต้องการแรงผลักดันเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวมากขึ้น อาทิ การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแมนเมค หรือสร้างด้วยมือมนุษย์ เพื่อเดินหน้าตามเป้าหมายการสร้างรายได้รวม อยู่ที่ 3 ล้านล้านบาท จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 36.7 ล้านคน

“มุ่งเน้นการนำประเทศไทยกลับมาเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญของโลกอีกครั้ง ซึ่งอะไรที่ภาครัฐส่งเสริมได้ก็จะเดินหน้าต่อเนื่อง อาทิ การเจรจาในแง่ต่างๆ เพื่อดึงอีเวนต์ระดับโลกเข้ามาจัดในประเทศไทย โดยอุปสรรคในการทำตลาดต่างชาติเที่ยวไทยยังเป็นเรื่องงบประมาณในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ซ่อมหรือสร้างสิ่งใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เพื่อดึงดูดเข้ามาท่องเที่ยว ส่วนสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ยังไม่มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยว สะท้อนจากการสำรวจเที่ยวบิน หรือการยกเลิกการจองโรงแรมล่วงหน้าที่ยังไม่มีรายงานเข้ามา ขณะที่ค่าเงินบาทก็ไม่ได้มีผลกระทบต่อตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือการจองเข้าพักล่วงหน้าลดลง” นายสรวงศ์ กล่าว

นายสรวงศ์ กล่าวว่า ความคืบหน้าโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ที่จะนำกลับมาทำใหม่อีกครั้งนั้น เบื้องต้นไม่ทันในปี 2567 นี้แน่นอน เพราะต้องอาศัยงบประมาณ ซึ่งต้องรอพิจารณาอนุมัติจากรัฐบาลอีกครั้งว่าจะมีขนาดจำนวนใหญ่มากน้อยเท่าใด โดยในแนวคิดต้องการใช้เป็นการกระตุ้นท่องเที่ยวช่วงที่มีการเดินทางน้อย หรือช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) มากกว่า ประมาณเดือนมีนาคม 2568 เป็นต้นไป เพราะช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ ถือเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ซึ่งมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยจำนวนมากอยู่แล้ว โดยในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ จะมีการกระตุ้นท่องเที่ยวผ่านแคมเปญวินเทอร์ เฟสติวัล และอีเวนต์ที่เหลืออยู่ อาทิ เทศกาลลอยกระทง เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการเดินทาง

Advertisement

นายสรวงศ์ กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “IGNITE THAILAND’s TOURISM” โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน กระตุ้นการลงทุนในแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ พร้อมดึงงานอีเวนต์ระดับโลกมาจัดในประเทศไทยเพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางความบันเทิงระดับโลก (Entertainment Hub) และใช้โครงการ ONE MAP TOURISM ส่งเสริมการท่องเที่ยวในทุกจังหวัด การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา และการร่วมมือกับพันธมิตรด้านสายการบินเพื่อฟื้นฟูและขยายเส้นทางบินไปยังเมืองรอง

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ไตรมาส 4/2567 ปัจจัยต่างๆ อาทิ สถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทย และหลายประเทศทั่วโลก สงครามตะวันออกกลาง ค่าเงินบาทแข็ง มีผลต่อการท่องเที่ยวบ้าง แต่ไม่ได้มีนัยสำคัญเท่าที่ควร เนื่องจากภาพรวมการเดินทางท่องเที่ยวของตลาดต่างชาติเที่ยวไทยยังเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่ง ททท.ก็พยายาทเดินหน้าให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยมีปัจจัยบวกเป็นแรงหนุนคือ สายการบินในหลายประเทศที่ฟื้นตัวกลับมา ทั้งการบินตรง และเช่าเหมาลำ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวชาติจีน 1-7 ตุลาคมนี้ ที่แนวโน้มดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ มีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวไทยแตะ 3 หมื่นคนต่อวัน ทำให้ช่วง 7 วันจะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามากว่า 2 แสนคน มากกว่าที่ประเมินไว้เดิมอยู่ที่ 1.3-1.8 แสนคน ซึ่งภาคเอกชนสะท้อนตัวเลขมาว่ายอดจองช่วงวันชาติจีน บวกขึ้นสูงสุดถึง 200% ด้วย

นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า ททท. มีแผนการกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ โดยในตลาดในประเทศจะเน้นการนำเสนอจุดขายท้องถิ่นผ่านแนวคิด “5 Must Do in Thailand” ส่วนในตลาดต่างประเทศ ททท. จะเน้นการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพและขยายเส้นทางบินใหม่ พร้อมผลักดันการตลาดท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนภายใต้แคมเปญ “Amazing Thailand” สำหรับในช่วงไฮซีซั่นของปี 2567 ททท. วางแผนจัดงานบิ๊กอีเวนต์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ อาทิ Thailand Winter Festival, Vijit Chao Praya, และ Amazing Thailand Marathon Bangkok 2024 ตลอดจนเพิ่มแรงส่งในปี 2568 ด้วยโครงการ Amazing Thailand Grand Tourism Year 2025 เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกอย่างต่อเนื่อง