ส.เอสเอ็มอี ชงคนละครึ่ง กลุ่มแรงงาน รัฐโปะ 1พัน/เดือน-3งวด ชี้ 4 เด้ง ปั๊มศก. ‘นายก’ ถก ‘6ยักษ์’ บูมเที่ยว
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันที่ 7 ตุลาคม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ มีกำหนดการหารือกับคณะผู้บริหารระดับสูงจาก 6 บริษัทชั้นนำด้านการท่องเที่ยวของโลก ได้แก่ Grab ผู้นำ Super App ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, IHG และ Marriott เครือโรงแรมชั้นนำ, Agoda, Expedia. trip.com เว็บไซต์จองที่พักและการเดินทาง และการบินไทย เชื่อว่าการพบปะหารือกันครั้งนี้จะเป็นบันไดก้าวแรกเพื่อพัฒนาความร่วมมือกับภาคเอกชนอีกจำนวนมาก และยังเป็นโอกาสสนับสนุนการดำเนินนโยบายด้านการท่องเที่ยวของไทย ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ประกอบการ นักธุรกิจภาคการท่องเที่ยว ตลอดจนจะเห็นผลในการอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ ทั้งนี้ นายกฯขอให้ทุกกระทรวงเศรษฐกิจเร่งกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจในทุกด้านเพื่อให้เศรษฐกิจกลับมาคึกคัก นำไปสู่การพัฒนาวิถีชีวิต สร้างงาน เพิ่มรายได้ให้ประชาชนไทย
ขณะที่ นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวว่า จากการสอบถาม และสำรวจการใช้จ่ายเงิน 10,000 บาท ที่รัฐบาลแจกให้ประชาชนกลุ่มเปราะบาง และกลุ่มผู้พิการ 14.5 ล้านคน ในเฟสที่ 1 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สะท้อนว่า ธุรกิจเอสเอ็มอียังไม่ได้รับอานิสงส์จากงบประมาณส่วนนี้ และเห็นว่าการใช้จ่ายบางส่วนไม่ตรงวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจสำหรับคนละครึ่งภาคแรงงานกับเอสเอ็มอี คือรัฐบาลจัดสรรงบเบื้องต้น 5 หมื่นล้านบาท โดยแจกจ่ายให้แรงงานไทยทั้งในระบบและนอกระบบ เดือนละ 1,000 บาทต่อราย ต่อเนื่อง 3 เดือน ใช้เงินซื้อสินค้า หรือบริการกับเอสเอ็มอีและรายย่อยที่ขึ้นทะเบียนเข้าร่วมโครงการนี้ ซึ่งจะได้ประโยชน์ 4 ด้านไปพร้อมกัน ดังนี้ 1.กระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้ เพราะคนละครึ่งรัฐช่วยเหลือค่าครองชีพครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งเป็นเงินของประชาชนเอง 2.เพิ่มสภาพคล่องในระบบฐานราก 3.ใช้โอกาสนี้เปิดโอกาสให้รายย่อยนอกระบบมาอยู่ในระบบฐานผู้ทำการค้าในระบบของภาครัฐ และ 4.ใช้ข้อมูลจากโครงการนี้ในการตรวจสอบและพัฒนาแรงงาน หรืออาชีพเพื่อลดภาระรัฐบาลในอนาคต
‘เราคิดแค่แรงงานตามมาตรา 40 มีประมาณ 20 ล้านคน กลุ่มนี้เมื่อได้ 1,000 บาท เขาจะสมทบเงินที่มีอีก 1,000 บาท เพื่อการใช้จ่าย เท่ากับคูณสองที่จะมีเงินเข้าระบบ รวมกับเงินใช้จ่ายกับอุปโภค บริการ และการใช้ชีวิตประจำวัน จะหมุนอีก 1-2 เท่า เงินที่รัฐจัดสรร 5 หมื่นล้านบาท จะเพิ่มเป็น 1-2 แสนล้านบาท กับการที่ใช้ 1,000 บาท หากทำต่อเนื่อง 3 เดือน เงินเข้าระบบเศรษฐกิจจะเพิ่มอีก 1-2 เท่า จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้เร็วกว่าการแจก 1 หมื่นบาทที่กำลังทำอยู่ เรื่องนี้สมาพันธ์จะเสนอแนวคิดผ่านเวทีต่างๆ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีโอกาส’ นายแสงชัยกล่าว

