ส.เอสเอ็มอี ยันไม่ได้รับอานิสงส์แจกหมื่น เสนอ ‘คนละครึ่งภาคแรงงาน’ ชี้ประโยชน์ฟื้นฟูเศรษฐกิจ 3 เด้ง
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผยว่า จากการสอบถามและสำรวจการใช้จ่ายเงิน 10,000 บาทของผู้ได้รับสิทธิตามเป้าหมายรัฐบาล 14.5 ล้านคน สะท้อนว่า ธุรกิจเอสเอ็มอียังไม่ได้รับอานิสงส์จากงบประมาณส่วนนี้ และเห็นว่าการใช้จ่ายบางส่วนเรามองว่าไม่ตรงวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะนำเงินไปใช้หนี้ ซื้อสุรายาเมา ยาเสพติด หรือ อะไรที่ได้เป็นปัจจัยเพื่อการดำรงชีพ การใช้จ่ายจึงเป็นแบบกระจุกตัว ไม่ได้กระจายทั่วถึงเหมือนโครงการคนละหนึ่ง โครงการเราเที่ยวด้วยกัน หรือ โครงการอีซี่-อีรีซีท ที่เป็นการใช้จ่ายของประชาชนโดยรวม ส่วนใหญ่ซื้อของกินของใช้ประจำวัน จึงเกิดความคึกคัก และกระจายรายได้ไปทั่วถึงกลุ่มเอสเอ็มอีและรายย่อย จึงคาดว่างบประมาณที่รัฐแจก 10,000 บาทในครั้งนี้ ไม่น่าจะมีผลต่อการขยายตัวของจีดีพีที่คาดไว้ 0.5%
” จากที่ได้พูดคุยกับสมาคมและผู้ประกอบการ เห็นด้วยที่รัฐจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านวิธีการแบบคนละครึ่ง และเป็นมาตรการที่ร่วมกันใช้ทั้งประเทศ ตอนนี้กำลังซื้อและการลงทุนของคนไทยในประเทศ ค่อนข้างเงียบมาก อาจเห็นข่าวการลงทุนจากต่างประเทศแต่ก็ต้องใช้เวลา ดังนั้น ระยะสั้นนี้ การกระตุ้นเศรษฐกิจและไม่ทำให้เศรษฐกิจจมลงไปอีก ต้องสร้างแรงกระตุ้นใช้จ่าย หากกังวลเรื่องงบประมาณ ก็น่าจะทำแบบคนละครึ่ง ซึ่งสมาพันธ์เตรียมเสนอภาครัฐ ทำคนละครึ่งภาคแรงงาน จับคู่กับเอสเอ็มอี เมื่อสำเร็จก็ขยายไปกลุ่มอื่นๆต่อไป ” นายแสงชัย กล่าว
นายแสงชัย กล่าวว่า คนละครึ่งภาคแรงงาน กับ เอสเอ็มอี คือ รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเบื้องต้น 50,000 ล้านบาท โดยแจกจ่ายให้กับแรงงานไทยทั้งในระบบและนอกระบบ เดือนละ 1,000 บาท/ราย ต่อเนื่อง 3 เดือน และใช้เงินซื้อสินค้าหรือบริการกับเอสเอ็มอีและรายย่อยที่ขึ้นทะเบียนเข้าร่วมโครงการนี้ ซึ่งจะได้ประโยชน์ 4 ด้านไปพร้อมกัน ตั้งแต่ 1.กระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้ เพราะคนละครึ่งรัฐช่วยเหลือค่าครองชีพครึ่งหนึ่งอีกครึ่งเป็นเงินของประชาชนเอง 2. เพิ่มสภาพคล่องในระบบฐานราก 3. ใช้โอกาสนี้เปิดโอกาสให้รายย่อยนอกระบบมาอยู่ในระบบฐานผู้ทำการค้าในระบบของภาครัฐ 4. ใช้ข้อมูลจากโครงการนี้ในการตรวจสอบและพัฒนาแรงงานหรืออาชีพเพื่อลดภาระรัฐบาลในอนาคต
” เราคิดแค่แรงงานตามมาตรา 40 มีประมาณ 20 ล้านคน กลุ่มนี้เมื่อเขาได้ 1 พัน เขาก็จะสมทบเงินที่มีอีก 1 พัน เพื่อการใช้จ่าย ก็เท่ากับคูณสองที่จะมีเข้าระบบ รวมกับเงินใช้จ่ายกับอุปโภคบริการและการใช้ชีวิตประจำวัน ก็จะหมุนอีก 1-2 เท่าตัวอย่างชัดเจน เงินที่รัฐจัดสรร 5 หมื่น ก็จะเพิ่มเป็น 1-2 แสนล้านบาทกับงบที่ใช้ 1 พัน หากทำต่อเนื่อง 3 เดือน เงินเข้าระบบเศรษฐกิจก็จะเพิ่มอีก 1-2 เท่า จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้เร็วแจกหมื่นที่กำลังทำอยู่ เรื่องนี้สมาพันธ์จะเสนอแนวคิดผ่านเวทีต่างๆ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีโอกาส ” นายแสงชัย กล่าว

