วิกฤตน้ำท่วมเหนืออ่วมทำคนหนีเที่ยวใต้แทน เอกชนจี้รัฐเคาะแคมเปญกระตุ้นโค้งสุดท้ายปี 67
นายภูริวัจน์ ลิ้มถาวรรัตน์ ผู้ช่วยประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า ตลาดไทยเที่ยวไทย พบการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศชะลอตัวลงตั้งแต่ช่วงเข้าฤดูฝน (กรีนซีซั่น) แล้ว เนื่องจากพอฝนตก พฤติกรรมของคนไทยส่วนใหญ่ก็จะไม่ชอบออกจากบ้าน ไม่อยากเปียก การท่องเที่ยวจึงแทบไม่ต้องพูดถึงเลย ทำให้เมื่อเกิดอุทกภัยในหลายจังหวัดภาคเหนือ ที่สถานการณ์เริ่มรุนแรงมากขึ้น น้ำท่วมในบางจังหวัดมากขึ้น การเดินทางท่องเที่ยวก็ลดลงมากเข้าไปใหญ่ โดยพบว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยรถทัวร์นำเที่ยว เปลี่ยนปลายทางจากภาคเหนือเป็นภาคอื่นๆ แทน อาทิ ภาคใต้ จากจะไปเที่ยวเขา ก็เปลี่ยนเป็นไปทะเลแทนเลย ทำให้การท่องเที่ยวในภาคเหนือได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน
“ตอนนี้ถือเป็นช่วงที่ต้องเร่งช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ถูกกระทบจากน้ำท่วม ทำให้ปริมาณน้ำลดลงเร็วที่สุดก่อน แล้วก็เข้าไปฟื้นฟูให้กลับเข้าสู่การดำเนินชีวิตตามปกติได้ จากนั้นจึงฟื้นฟูการท่องเที่ยวตามมา เพราะภาคเอกชนพร้อมให้ความร่วมมืออยู่แล้ว หากภาคเหนือสามารถเที่ยวได้ตามปกติ นักท่องเที่ยวต้องการเดินทางไปเที่ยวแล้ว สามารถเข้ามาสอบถามบริษัททัวร์นำเที่ยวให้จัดทำแพคเกจ หรือเส้นทางท่องเที่ยวอย่างที่ต้องการได้เลย พวกเราพร้อมให้บริการ เพื่อช่วยให้แหล่งท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และคนในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้น” นายภูริวัจน์ กล่าว
นายภูริวัจน์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการทัวร์นำเที่ยวถูกผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่กรีนซีซั่น นักท่องเที่ยวชะลอตัวลงมากแล้ว มาชะลอตัวลงมากกว่าเดิมช่วงน้ำท่วม ก่อนจะถูกยกเลิกไปหลายกรุ๊ปที่จองล่วงหน้าเข้ามา เพราะเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษาของเด็กนักเรียน ส่งผลต่อความไม่เชื่อมั่นของประชาชน แม้ความจริงแล้วรถบัสนำเที่ยวจะมีมาตรฐานตรงตามกฎหมายทุกอย่างก็ตาม แต่เข้าใจว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ เพราะทุกคนก็ต้องเป็นห่วงชีวิต และหวั่นวิตกกับอันตรายที่คาดเดาไม่ได้ โดยอยากให้รัฐบาลเอาจริงกับการลงโทษรถที่ไม่ถูกกฎหมาย เพิ่มมาตรฐานให้กับรถบัสสาธารณะทุกกลุ่ม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิม แล้วมีผลกระทบเกิดขึ้นตามมาแบบนี้อีก
นายภูริวัจน์ กล่าวว่า ส่วนกรณีนายกรัฐมนตรีหารือร่วมกับ Grab, Agoda, Expedia, IHG และ Marriott International, Trip.com Group และการบินไทย เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย มองว่าสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นตามมาคือ แคมเปญสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างชัดเจน อาทิ แพลตฟอร์มจองที่พักออนไลน์ ควรร่วมกันลดราคาการจองแบบพิเศษมากกว่าเดิม และปรับลดค่าธรรมเนียมให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวได้ อีกทั้งลดต้นทุนให้กับเอกชนด้วย โดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2567 ที่เข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) แม้ในส่วนของทัวร์นำเที่ยวจะไม่ได้อานิสงส์มากนัก แต่หากเกิดการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้นในภาพรวม การท่องเที่ยวดีขึ้น ก็ส่งผลบวกต่อธุรกิจด้วยเช่นกัน จึงไม่ติดหากจะมีแคมเปญอะไรออกมาต่อจากนี้ ไม่ว่าจะร่วมทำกับฝ่ายใดก็ตาม

