‘บีเอ็ม’แจกปันผลเพิ่มอีก8สต./หุ้น-ประกาศขายหุ้นเพิ่มทุนPPอีก40ล้านหุ้น

3.03.17 | 19:00 น.

นายธานิน สัจจะบริบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกชีทเม็ททัล จำกัด (มหาชน) หรือ BM ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าแปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็ก ตู้สื่อสาร ตู้ไฟฟ้า ตู้โลหะ ที่ใช้ตามอาคาร สำนักงาน และผลิตภัณฑ์ขึ้นรูปอื่นๆ และผู้จำหน่ายท่อร้อยสายไฟฟ้า ภายใต้ตราสินค้า “BSM”, “BM”, “BS” และ “BEST” เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดจากกำไรสุทธิปี 2559 และกำไรสะสมในอัตรา 0.18 บาท/หุ้น สำหรับหุ้นสามัญจำนวน 400 ล้านหุ้น คิดเป็นเงินรวม 72 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราปันผลจ่าย 127.85% ของกำไรสุทธิปี 2559 หลังจัดสรรกำไรเป็นเงินทุนสำรองตามกฎหมาย โดยบริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตรา 0.10 บาท/หุ้น เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2559 จึงคงเหลือเงินปันผลที่ต้องจ่ายอีกในอัตรา 0.08 บาท/หุ้น ซึ่งกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (วันที่ขึ้นเครื่องหมาย XD) ในวันที่ 11 เมษายน 2560 และกำหนดวันจ่ายเงินปันผลในวันที่ 28 เมษายน 2560 ทั้งนี้ สำหรับผลการดำเนินงานประจำปี 2559 บริษัทมีรายได้รวม 850.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.73 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็น 5.55% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากสามารถจำหน่ายสินค้าประเภทรางและท่อร้อยสายไฟให้แก่กลุ่มลูกค้างานรับเหมาระบบได้เพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นสัดส่วนรายได้หลักของบริษัท

นายธานินกล่าวว่า ในปี 2559 ที่ผ่านมาบริษัทมีต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 662.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.34 ล้านบาท หรือคิดเป็น 6.15% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากมีการจ้างพนักงานฝ่ายผลิตเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิต ประกอบกับมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริการที่เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 111.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.02 ล้านบาท คิดเป็น 30.44% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 59.42 ล้านบาท ลดลง 8.28 ล้านบาท หรือลดลง 12.23% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

นายธานินกล่าวต่อว่า ในปีนี้บอร์ดมีมติอนุมัติขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) โดยเป็นการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) ไม่เกิน 40 ล้านหุ้น ซึ่งคณะกรรมการบริษัทจะพิจารณากำหนดระยะเวลาเสนอขาย ราคาเสนอขาย และการจัดสรรให้กลุ่มนักลงทุนต่อไปในภายหลัง สำหรับรายได้ในปีนี้ของบริษัทคาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งจะเติบโตอย่างต่อเนื่องประมาณ 5-20% และในปีนี้บริษัทจะดำเนินการก่อสร้างอาคารโรงงานหลังใหม่เพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตของบริษัท ซึ่งคาดว่าน่าจะแล้วเสร็จในปี 2560