สทท. ชี้ผู้ประกอบการ 82% โควิดทุบยังไม่ฟื้น เจอเงินฝืด-น้ำท่วมระทมซ้ำ จี้เคาะเที่ยวคนละครึ่งทันไฮซีซั่น
นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศ (สทท.) เปิดเผยว่า ผลสำรวจดัชนีผู้ประกอบการท่องเที่ยวไตรมาส 3/2567 อยู่ในระดับแย่มากจากภาวะเงินฝืด เพราะเศรษฐกิจในภาพรวม อีกทั้งยังเจอวิกฤตอุทกภัยในหลายจังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคเหนือ ทำให้สถานประกอบท่องเที่ยวกว่า 82% ยังไม่ฟื้นจากโควิด ต้องเจอผลกระทบซ้ำซ้อนอีกครั้ง โดยวิกฤตน้ำท่วมได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อมไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ในช่วง 10 วันที่ผ่านมา สทท.ขอเสนอให้รัฐบาลจัดทำโครงการเที่ยวคนละครึ่งในทันทีโดยไม่ต้องรอปี 2568 เพื่อฟื้นฟูจังหวัดที่ได้รับผลกระทบและเมืองน่าเที่ยว ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ขอให้กระตุ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) เพราะหากปล่อยไปจังหวัดที่เจอน้ำท่วมจะเสียรายได้ต่อเนื่องทั้งเดือน อาทิ เชียงใหม่ ในช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อนเคยมีรายได้ท่องเที่ยว 7,000 ล้านบาท ส่วนเชียงราย 3,000 ล้านบาท
นายชำนาญ กล่าวว่า สทท. ขอเสนอให้ตั้งคณะกรรมการพัฒนาสินค้าท่องเที่ยว เพื่อยกระดับความปลอดภัย และยั่งยืน รวมถึง Storytelling เพราะด้านการตลาด ททท.ถือว่าทำได้ดีมาก จนเกิดความต้องการ (ดีมานด์) ของการเดินทางมาไทยเป็นอันดับแรกๆ ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ในด้านซัพพลาย ผู้ประกอบการของไทยยังปรับตัวไม่ทันกับเทรนด์ของโลก รวมทั้งขอเสนอว่า การจัดอีเวนต์ขนาดใหญ่ต่างๆ ในประเทศไทย ต้องจัดเป็นอีเวนต์ในด้านท่องเที่ยวโดยเฉพาะด้วย แต่อยากให้ทำแคมเปญร่วมกันเีียลดีมาน์ด้วย เพราะที่ผ่านมาเราอัดอีเวนต์การตลาดสูงมากจนติดตลาดแล้ว ซึ่งอีเวนต์ที่ทำผ่านมาแล้วก็ผ่าน แต่แคมเปญหรือโครงการ อาทิ เที่ยวคนละครึ่ง จะเห็นผลจริงในประโยชน์ที่ได้ทั้งผู้ประกอบการและประชาชน โดยในปี 2567 สทท.คาดว่ารายได้ท่องเที่ยวรวมจะอยู่ที่ 2.7-2.8 ล้านล้านบาท จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 35.5-36.5 ล้านคน ส่วนปี 2568 ตั้งเป้ารายได้ที่ 2.9-3.1 ล้านล้านบาท จากนักท่องเที่ยว 38-40 ล้านคน
“ที่ผ่านมารัฐบาลมีโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว ผ่านเราเที่ยวด้วยกัน สนับสนุนให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายจองห้องพักและร้านอาหารคนละ 3,000 บาทต่อวัน ใช้งบ 10,000 ล้านบาท ส่วนโครงการเที่ยวคนละครึ่ง เสนอให้สนับสนุนนักท่องเที่ยวคนละ 2,000 บาทต่อวัน ประมาณคนละ 3-4 คืน รัฐบาลใช้เงินสนับสนุนไม่เกิน 5,000 ล้านบาท แต่หากไม่มีโครงการนี้รายได้ไทยเที่ยวไทยไม่เป็นไปตามเป้าหมายของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่ตั้งไว้ 900,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน ซึ่ง สทท.จะเสนแนวคิดนี้ผ่านบอร์ด ททท.วันที่ 10 ตุลาคมนี้ เพื่อเสนอต่อไปยังรัฐบาล” นายชำนาญ กล่าว
นางสาวผกากรอง เทพรักษ์ อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไตรมาส 3/2567 อยู่ที่ระดับ 68 ลดลงจากไตรมาสที่ผ่านมามาก และต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปี 2566 เนื่องจากไตรมาสนี้เป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) และเกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ทางภาคเหนือ ส่วนการคาดการณ์สถานการณ์ท่องเที่ยวไตรมาส 4/2567 ดัชนีความเชื่อมั่นอยู่ที่ 80 สูงขึ้นกว่าปีที่แล้ว จากการมียอดจองล่วงหน้าในช่วงไฮซีซั่นนี้ และการมีไฟล์ทบินเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี
“ความเชื่อมั่นผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทยในไตรมาส 3 แย่มากๆ จากภาวะเศรษฐกิจของประเทศซบเซาเงินเฟ้อติดลบต่อเนื่อง 6 เดือน หรือเงินฝืด ทำให้ประชาชนไม่มีเงินใช้ ซ้ำร้ายเกิดภาวะน้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยสถานประกอบการ 82% ยังไม่ฟื้นตัว รายได้ยังต่ำกว่าปี 2562 โรงแรมโรงแรม 54% ยังมีรายได้น้อยกว่าปี 2562 โดย 75% ของโรงแรมขนาดใหญ่มีรายได้ใกล้เคียงหรือดีกว่าก่อนโควิด-19 ส่วน 92% ของโรงแรมขนาดเล็กยังมีรายได้ลดลง เป็นไปตามที่เคยกล่าวไว้ว่า ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจะฟื้นในลักษณะของ K Shape ในวันนี้มีการฟื้นตัวเพียง 30%” นางสาวผกากรอง กล่าว
นางสาวผกากรอง กล่าวว่า ด้านความช่วยเหลือ ประชาชน 95% ต้องการให้รัฐบาลช่วยลดค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และแก๊สหุงต้ม อีก 80% อยากให้รัฐบาลปล่อยกู้เงิน 10,000 บาท ปลอดดอกเบี้ย ส่วน 60% อยากให้มีโครงการคนละครึ่ง โดยตลอดปี 2567 คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 35.49 ล้านคนน้อยกว่าปี 2562 ที่ยังไม่เกิดโควิด-19 ถึง 11.08% มีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปี 1.80 ล้านล้านบาท น้อยกว่าปีที่ยังไม่เกิดโควิดที่ 5.72%

