จับตา 16 ต.ค. บอร์ดสรรหา เคาะชื่อ ประธานบอร์ดธปท.คนใหม่ พร้อมเปิดคุณสมบัติข้อห้าม
ภายหลังจากที่คณะกรรมการสรรหาประธานกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (บอร์ด ธปท.) ที่มีนายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธ์ เป็นประธานคณะกรรมการสรรหา เพื่อแทนที่ “นายปรเมธี วิมลศิริ” ที่สิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งเมื่อวัน 19 กันยายนที่ผ่านมานั้น
ตามไทม์ไลน์นั้น คณะกรรมการสรรหาได้มีการเฟ้นหาตำแหน่งดังกล่าวมากว่า 3 เดือน และมีกระแสข่าวว่ามีการเคาะชื่อไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งก็คือชื่อ “นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง” ที่ปรึกษาของอดีตนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน แต่ปรากฎว่า มีการคัดค้านกันอย่างกว้างขวาง เพราะมองว่า “กิตติรัตน์” เกี่ยวโยงกับการเมือง ที่ปัจจุบันฝ่ายการเมืองพยายามที่จะเข้ามาแทรกแซงการทำงานของ ธปท. เนื่องจากไม่สามารถสั่งให้ ธปท.ลดอัตราดอกเบี้ยลงได้ ซึ่งจากผลดังกล่าวทำให้มีการเลื่อนการประชุมออกไป เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติตามกฎหมาย
โดยเบื้องต้น คณะกรรมการสรรหาประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) ธปท. ได้กำหนดการประชุมเพื่อพิจารณารายชื่อแต่งตั้งบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดของ ธปท. อีกครั้งในวันที่ 16 ตุลาคมนี้
และในระหว่างที่การสรรหาประธานบอร์ด ยังไม่แล้วเสร็จ “ปรเมธี” ยังสามารถนั่งรักษาการในตำแหน่งประธานบอร์ด ธปท.ได้อีก 120 วัน เพื่อไม่ให้งานสะดุด
นางวิเรขา สันตะพันธุ์ เลขานุการคณะกรรมการคัดเลือกประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ฝ่ายเลขานุการฯ มีความจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้มีข้อมูลครบถ้วนสำหรับการพิจารณาของที่ประชุม ฝ่ายเลขานุการฯ จึงขอขยายระยะเวลาเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเพื่อให้การพิจารณาคัดเลือกมีความรอบคอบที่สุด และจะรวบรวมกลับมานำเสนอคณะกรรมการคัดเลือกฯ โดยเร็ว แต่ยังไม่กำหนดวันที่ชัดเจน
จับตา3รายชื่อชิงประธานบอร์ดธปท.
สำหรับรายชื่อที่มีการเสนอให้เป็นประธานคณะกรรมการ ธปท.คนใหม่ จำนวน 3 รายชื่อ ประกอบด้วย 1.นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ซึ่งกระทรวงการคลังเป็นผู้นำเสนอชื่อ 2.นายกุลิศ สมบัติศิริ อดีตปลัดกระทรวงพลังงงาน นำเสนอโดยธปท. และ 3.นายสุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกรรมการอิสระ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) โดยธปท.เป็นผู้นำเสนอชื่อ
เปิดคุณสมบัติประธานบอร์ดธปท.
ทั้งนี้ระเบียบว่าด้วยการประชุมของคณะกรรมการคัดเลือก การเสนอชื่อ การพิจารณา และการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551 ในหมวด 2 ว่าด้วยเรื่องการเสนอชื่อ การพิจารณา และการคัดเลือกประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้มีการกำหนดคุณสมบัติ ต้องห้าม ประธานบอร์ดแบงก์ชาติไว้ 8 ข้อ ได้แก่
1. เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
2. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
3. เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับ ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
4. เป็นหรือเคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เว้นแต่จะได้พ้นจากตำแหน่ง มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
5. เป็นหรือเคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ของ พรรคการเมือง เว้นแต่จะได้พ้นจากตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
6. เป็นกรรมการหรือดำรงตำแหน่งใดในสถาบันการเงิน เว้นแต่เป็นการดำรง ตำแหน่งเนื่องจากมีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะ
7.เป็นกรรมการหรือผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือมีส่วนได้เสีย อย่างมีนัยสำคัญในนิติบุคคล ซึ่งมีประโยชน์ได้เสียเกี่ยวข้องกับกิจการของ ธปท. ดังเช่น
(ก) นิติบุคคลที่เข้าเป็นคู่สัญญาทางธุรกิจ หรือกำลังจะเป็นคู่สัญญาทางธุรกิจ กับ ธปท. อันมีลักษณะที่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ขัดแย้งกับการปฏิบัติหน้าที่ของ ธปท.
(ข) นิติบุคคลที่อยู่ภายได้การกำกับหรือตรวจสอบของ ธปท. เว้นแต่เป็น การดำรงตำแหน่งเนื่องจากมีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะ
(8) เป็นคู่สัญญาหรือเป็นผู้มีส่วนได้เสียในสัญญาหรือกิจการของ ธปท.อันมี ลักษณะที่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ขัดแย้งกับการปฏิบัติหน้าที่ของ ธปท. โดยให้ใช้บังคับกับคู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อด้วย
ส่องประวัติ 3 รายชื่อชิงประธานบอร์ดธปท.
ทั้งนี้สำหรับ “กิตติรัตน์ ณ ระนอง” ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยจากที่ประชุมใหญ่พรรคเพื่อไทยเมื่อเดือน ต.ค.2555
วันที่ 7 พ.ค.2557 นายกิตติรัตน์ ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องในการโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี จากตำแหน่งเลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยขาดความชอบธรรม
ต่อมาในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ.2562 นายกิตติรัตน์ได้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 11 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง เนื่องจากพรรคเพื่อไทยมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากกว่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพึงมีตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ
ปี 2560 นายกิตติรัตน์ ขึ้นศาลเบิกความคดีจำนำข้าว โดยเป็นพยาน ชี้แจ้งถึงเหตุผลในการจัดทำโครงการดังกล่าว
ในปี 2563 นายกิตติรัตน์ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ให้เป็นรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย
เมื่อปี 2564 หลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด นายกิตติรัตน์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ กับพวก ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต โดยละเว้นไม่ควบคุมดูแลหรือสั่งการให้มีการตรวจสอบ กรณีองค์การคลังสินค้าคัดเลือกบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ให้เป็นผู้ส่งมอบข้าวให้ BULOG ประเทศอินโดนีเซีย ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ด้าน “กุลิศ สมบัติศิริ” อดีตปลัดพลังงานที่ดำรงตำแหน่งยาวนานถึง 5 ปี เกิดวันที่ 5 เม.ย.2506 ปัจจุบันอายุ 61 ปี จบการศึกษา ศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปริญญาโท Master of Public Administration San Diego State University, Master of Business Administration University Southern California, หลักสูตร นบส. รุ่นที่ 40
“กุลิศ” ถือเป็นลูกหม้อของกระทรวงการคลัง โดยหลังจากจบการศึกษาได้เริ่มรับราชการ ที่กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ตำแหน่ง นักวิชาการคลัง 9 สังกัดกรมบัญชีกลาง ปี 2541, ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนามาตรฐานระบบพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ปี 2545
รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.), ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม) 1 ธ.ค.2549, รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ โดยก่อนที่จะย้ายไปรับตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงาน ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากร
ขณะที่ “สุรพล นิติไกรพจน์” เกิดเมื่อ 19 ก.ย.2503 ปัจจุบันอายุ 64 ปี นายสุรพล จบการศึกษามัธยมศึกษาจาก โรงเรียนเลยพิทยาคม , สำเร็จการศึกษาสาขานิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 2) จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
รวมทั้งจบการศึกษาเนติบัณฑิตไทย สมัยที่ 35 จากสำนักศึกษาอบรมกฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา Dipl?me d’?tudes approfondies de droit public จากมหาวิทยาลัย Strasbourg III ประเทศฝรั่งเศส Doctorat de l’Universit? Robert Schuman de Strasbourg (mention tr?s honorable) มหาวิทยาลัย Robert Schuman ฝรั่งเศส
นอกจากนี้ได้รับประกาศนียบัตรการอบรมหลักสูตร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์นานาชาติ “การกระจายอำนาจ และ การปกครองท้องถิ่น” (IIAP.) กรุงปารีส, ฝรั่งเศส ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัย Soka ประเทศญี่ปุ่น และประกาศนียบัตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร พ.ศ.2553
ทั้งนี้ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ประจำสาขากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ประธานกรรมการบริหาร รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, นายกสภามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช, อุปนายกสถาบันวิทยสิริเมธี กรรมการอิสระบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน)
ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานศาลปกครอง และที่ปรึกษากฎหมายคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาองค์การมหาชน (กพม.), กรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 8 สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, ประธานคณะกรรมการบริหารโรงเรียนกำเนิดวิทย์
ทั้งนี้ก็ต้องจับตาดูว่า 16 ต.ค.นี้ “กิตติรัตน์” จะฝ่ากระแสสังคมเข้าวิน เป็นประธานบอร์ด ธปท.หรือไม่!

