น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า คณะกรรมการฯได้อนุญาตให้คนต่างด้าว 26 ราย ประกอบธุรกิจในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นคนต่างด้าวจากญี่ปุ่น สิงคโปร์ และเยอรมนี คิดเป็นเงินลงทุนกว่า 370 ล้านบาท และส่งเสริมจ้างงานคนไทย 513 คน ทั้งนี้ในแง่จำนวนเพิ่มขึ้น 11 ราย หรือเพิ่ม 73% จากเดือนมกราคม 2560 แต่เงินลงทุนลดลง 67 ล้านบาท หรือลด 15% หากเทียบเดือนกุมภาพันธ์ 2559 จำนวนลดลง 6 ราย หรือลด 18% แต่เงินทุนเพิ่ม 205 ล้านบาท หรือเพิ่ม 124%
เนื่องจากเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ มีผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจบริการออกแบบ จัดหาวัสดุและอุปกรณ์ ก่อสร้าง ติดตั้ง ทดสอบเครื่องจักร และระบบการทำงานต่าง ๆ สำหรับโครงการก่อสร้างสถานีรับ-จ่าย ก๊าซธรรมชาติเหลวส่วนขยาย ขนาด 1.5 ล้านตันต่อปี ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง
โดยธุรกิจที่คนต่างด้าวได้รับอนุญาตทั้งหมดในเดือนกุมภาพันธ์ ได้แก่ ธุรกิจบริการให้แก่บริษัทในเครือ/ในกลุ่ม 5 ราย จากญี่ปุ่น สิงคโปร์ หมู่เกาะบริติชเวอร์จิ้น ธุรกิจบริการให้แก่ลูกค้า และคู่ค้า 8 ราย จากญี่ปุ่น สิงคโปร์ และเยอรมนี ธุรกิจบริการเป็นสำนักผู้แทน 3 ราย จากสิงคโปร์ สหราชอาณาจักร และอิตาลี ธุรกิจบริการเป็นคู่สัญญาภาครัฐ / คู่สัญญาเอกชน 4 ราย จากญี่ปุ่น เยอรมนี และสิงคโปร์ และธุรกิจนายหน้า/ค้าปลีก/ค้าส่ง 6 ราย จากญี่ปุ่น มาเลเซีย และออสเตรเลีย ซึ่งการเข้ามาลงทุนจะเกิดผลในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและวิทยาการเฉพาะด้านการใช้งานซอฟแวร์ด้วยเทคโนโลยี ด้านพัฒนาเกมออนไลน์บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ใช้เทคโนโลยีสปอตยูวีแบบ 3 มิติ ด้านการใช้เครื่องมือเพื่อทดสอบค่ามาตรฐานมลพิษและการวัดประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ เป็นต้น
ทำให้ 2 เดือนแรกปี 2560 คนต่างด้าวได้รับใบอนุญาตรวม 41 ราย มีเงินลงทุนรวม 807 ล้านบาท ซึ่งแง่จำนวนเทียบช่วงเดียวกันปี 2559 ลดลง ที่ได้รับใบอนุญาต 63 ราย แต่มีเงินลงทุน 1,242 ล้านบาท โดยทั้งปี 2559 คนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในไทยจำนวน 352 ราย และมีเงินลงทุน 7,443 ล้านบาท

