‘สรวงศ์’ ดันแคมเปญ ‘แอ่วเหนือคนละครึ่ง’ คิกออฟ 1 พ.ย. กระตุ้นท่องเที่ยวใหญ่ 17 จังหวัด หลังน้ำลด

14.10.24 | 06:42 น.

‘สรวงศ์’ ดันแคมเปญ ‘แอ่วเหนือคนละครึ่ง’ คิกออฟ 1 พ.ย. กระตุ้นท่องเที่ยวใหญ่ 17 จังหวัด หลังน้ำลด

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่อุทยานเฉลิมพระเกียรติ นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า สำหรับแคมเปญ “แอ่วเหนือคนละครึ่ง” เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือที่ประสบอุทกภัยนั้น จากการลงพื้นที่ จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ เพื่อฟังปัญหาของผู้ประกอบการ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จึงนำข้อมูลเพื่อมาแก้ไขปัญหา ซึ่งบางส่วนใช้งบของกระทรวง และบางส่วนต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้รับทราบ ทั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงเสนอโครงการแอ่วเหนือคนละครึ่ง โดยจะคลิกออฟวันที่ 1 พฤศจิกายน โดยในพื้นที่ จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ ผู้ประกอบการเตรียมที่จะฟื้นฟู และกลับเข้าสู่สภาพเดิมให้ได้

“โครงการนี้ยังรวมไปถึง 17 จังหวัดภาคเหนือ โดย ททท.จะออกค่าใช้จ่ายให้ครึ่งหนึ่ง ตั้งเกณฑ์ไว้ที่ 800 บาท และนักท่องเที่ยวออกเองอีกครึ่งหนึ่ง ครั้งนี้จะใช้งบประมาณของ ททท.ไปก่อน หากประสบผลสำเร็จ จะเสนอของบจาก ครม.อีกครั้ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมที่ขึ้นชื่อ ทั้งงานลอยกระทง จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย” นายสรวงศ์ กล่าว

นายสรวงศ์กล่าวอีกว่า ส่วนการเตรียมมาตรการอื่น เช่น การปล่อยกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยว เรื่องนี้เตรียมที่จะเสนอที่ประชุม ครม.แต่จากการรับฟังจากผู้ประกอบการหลายส่วน มีข้อเสนอแนะว่า ยังมีหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่เข้าถึงยาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็ก จึงต้องกลับมาปรับแก้กันในเร็วๆ นี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับผลประโยชน์อย่างทั่วถึงในแคมเปญนี้

“อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถเสนอที่ประชุม ครม.ในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ เพราะมีบางจุดที่จะต้องนำกลับมาแก้ไข และเปลี่ยนแปลงก่อน” นายสรวงศ์ กล่าว

Advertisement

นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ภาพรวมของแคมเปญ “ท่องเที่ยวคนละครึ่ง” เห็นด้วยอย่างยิ่งที่นำมาโปรโมท นำมาใช้ เพราะกระตุ้นเศรษฐกิจดี เนื่องจากช่วงนี้ไทยเจอปัญหาวิกฤต เช่น อุทกภัย โดยพื้นที่จังหวัดภาคการท่องเที่ยวสำคัญอย่าง จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึง ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม เป็นไฮซีซั่น จะมีปัญหาฝุ่น และมลพิษที่อาจจะกลับมา ทำให้การท่องเที่ยวซบเซาซ้ำ

“ดังนั้น ภาครัฐจึงต้องขยายเวลาแคมเปญเที่ยวคนละครึ่ง และการท่องเที่ยวเมืองรอง รวมถึง โปรโมทต่อเนื่อง ซึ่งน่าจะเป็นส่วนช่วยทำให้การท่องเที่ยวไม่ซบเซาในช่วงที่หลายพื้นที่ต้องเจอวิกฤต” นายอิศเรศ กล่าว

นายอิศเรศกล่าวต่อว่า เห็นด้วยกับโครงการ “แอ๋วเหนือคนละครึ่ง” ที่จะเริ่มวันที่ 1 พฤศจิกายน เนื่องจากเศรษฐกิจช่วงนี้ยังคงซบเซา และการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบไปด้วย ถ้ารัฐบาลสามารถใช้กลยุทธ์วิธี หรือเครื่องมือใดก็ตามที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้นนั้น ก็เห็นสมควรทำอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะมีแคมเปญอะไรออกมาก็ตาม เพราะมาตรการการแจกเงินหมื่นบาท อาจจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้แค่ระยะสั้น ดังนั้น ภาคการท่องเที่ยวจะต้องตื่นตัวให้เต็มที่ต่อเนื่องเช่นกัน

นายอิศเรศกล่าวว่า อยากเสนอแนะให้โปรโมทท่องเที่ยวเมืองรองมากขึ้น และขยายเวลาแคมเปญนี้ออกไปให้นานขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ รวมถึง ประชาชนทั่วไป อาจจะยังไม่รู้จักคำว่าเมืองรองมากนัก รวมถึง มาตรการเที่ยวคนละครึ่ง ที่เสนอแนะอยากให้ขยายไปถึงช่วงมกราคม 2568 และขยายวงเงินเพิ่ม

“เช่น จากกำหนดที่พัก 4 คืน รัฐบาลออกให้ 2,000 บาท สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากพักมากกว่า 4 คืน จะเพิ่มวงเงินมากกว่านั้นได้หรือไม่ เพราะแคมเปญนี้ค่อนข้างเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดี และคิดว่าไม่น่ามีข้อเสียอะไร” นายอิศเรศ กล่าว

นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า สำหรับโครงการท่องเที่ยวคนละครึ่ง ถ้าเป็นไปได้อยากให้ โครงการนี้ขยายใช้ได้ทุกพื้นที่ ทั่วประเทศ เพียงแต่ไปเน้นช่วงโลวซีซั่น และช่วงวันธรรมดา ส่วนสำหรับแคมเปญการท่องเที่ยวเมืองรองนั้น ส่วนตัวมองว่า ในบางพื้นที่นักท่องเที่ยวอาจจะเดินทางไม่สะดวกมากนักในบางจังหวัด และด้วยความที่กระตุ้นการท่องเที่ยวโดยรวมหลายจังหวัดเมืองรอง 55 จังหวัด ดังนั้น อาจจะหาจุดไฮไลท์สำคัญยาก และอาจจะไม่ได้กระตุ้นการมาของนักท่องเที่ยวสูงมากนัก

“สำหรับแคมเปญใหม่ที่นายสรวงศ์ ประกาศอย่างแอ๋วเหนือคนละครึ่งนั้น น่าจะกระตุ้นการท่องเที่ยวภาคเหนือได้ดีขึ้น เนื่องจากพื้นที่ที่จะนำร่อง ทั้งเชียงราย และเชียงใหม่ เป็น 2 พื้นที่ที่ ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ดังนั้น แคมเปญนี้ถือว่าจะเป็นการช่วยสนับสนุนฟื้นฟูการท่องเที่ยวได้ดี” นายเทียนประสิทธิ์ กล่าว