หน้าแรก เศรษฐกิจ ททท.กางแผนเที...

ททท.กางแผนเที่ยว ไตรมาสสุดท้ายของปี พร้อมรับมือ 3 ปัจจัยเสี่ยงทุบไฮซีซั่น

14.10.24 | 07:40 น.
คอฟฟี่เบรก : ไม่เก่งคิดคณิต ในงานกิจกรรมหนึ่งภาคท่องเที่ยว
ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. (แฟ้มภาพ)

ททท.กางแผนเที่ยว ไตรมาสสุดท้ายของปี พร้อมรับมือ 3 ปัจจัยเสี่ยงทุบไฮซีซั่น


น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ภาคการท่องเที่ยวไทยในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2567 (ตุลาคม-ธันวาคม) มีปัจจัยบวกสนับสนุนให้เกิดการเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาทิ มีการจัดกิจกรรมทางการตลาดและการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการตลาดทั้งในระยะใกล้และระยะไกลอย่างต่อเนื่อง

รวมทั้งมีการเพิ่มเที่ยวบินใหม่จากภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกใต้ใน 6 เส้นทาง เข้าสู่ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต เชียงใหม่ และเกาะสมุย (จ.สุราษฎร์ธานี) เพื่ออานวยความสะดวกและเพิ่มทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเกิดความต้องการ (ดีมานด์) โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวปลายปีและฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ที่จะกำลังจะมาถึงนี้

น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะมีผลกระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยว ได้แก่ 1.สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ ทั้งสงครามอิสราเอล อิหร่าน และเลบานอน สงครามรัสเซีย-ยูเครน รวมถึงความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างจีน-ไต้หวัน และเกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้ ซึ่งยังคงออกมาตรการยั่วยุระหว่างกัน ซึ่งจะต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังคงส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกรวมถึงอาจกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และความปลอดภัยในการเดินทางของนักท่องเที่ยวในระยะยาว

Advertisement

2.การแข่งขันทางการท่องเที่ยวของประเทศคู่แข่ง เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดในช่วงไตรมาสสุดท้าย ไฮซีซั่นของปี ที่มีวันหยุดยาวต่อเนื่องหลายวัน โดยหลายประเทศจะมีการออกมาตรการอานวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยวและออกแคมเปญการตลาด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน อาจทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายของไทยบางส่วนเกิดความลังเลและเปลี่ยนจุดหมายปลายทางไปยังประเทศที่เดินทางได้ง่ายและมีความคุ้มค่ามากกว่าได้

น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า 3.ความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทวีความถี่และรุนแรงมากขึ้นในหลายพื้นที่ จากสภาพอากาศที่แปรปรวน ส่งผลให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีความถี่และรุนแรงเพิ่มขึ้น ซึ่งหลายประเทศได้เผชิญกับภัยพิบัติและรับผลกระทบเป็นจำนวนมาก อาทิ พายุ ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน แผนดินไหว และภูเขาไฟระเบิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวหรือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ จนอาจนำไปสู่การตัดสินใจยกเลิกหรือชะลอการเดินทางได้

และ 4.การแพร่ระบาดของโรคระบาดในภูมิภาคต่างๆ อาทิ พบการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงในหลายประเทศและประกาศเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ อาจส่งผลให้เกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง อีกทั้งพบการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ FLiRT ที่กลายพันธุ์มาจากสายพันธุ์ JN.1 และสายพันธุ์ KP.3.1.1 ที่กลายพันธุ์มาจากสายพันธุ์โอมิครอน ที่อาจจะกลายเป็นสายพันธุ์หลักของโลกด้วย รวมถึงไข้หวัดนก H5N1 และโรคไข้เลือดออก

น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า การรับมือของ ททท. แบ่งเป็นตลาดต่างประเทศ จะติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางระหว่างประเทศ อาทิ ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และโรคระบาด

“ททท. อาจหารือแนวทางการส่งเสริมการตลาดหรือหารือร่วมกับพันธมิตรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดเตรียมแผนสำรองหรือการบริหารจัดการความเสี่ยงที่สอดคล้องกับสถานการณ์ ประชาสัมพันธ์สร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวในการตัดสินใจออกเดินทาง โดยเฉพาะด้านความเชื่อมั่น ความปลอดภัย และสาธารณสุข เพื่อกระตุ้นการเดินทางของกลุ่มตลาดเป้าหมายทั้งระยะใกล้-ระยะไกลให้เป็นไปตามเป้าหมาย” น.ส.ฐาปนีย์กล่าว

น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า นอกจากนี้จะพิจารณาประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสายการบิน และซัพพลายเชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับและอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางในประเทศไทยทั้งเมืองหลักและเมืองรองให้เพียงพอต่อความต้องการของนักท่องเที่ยว รวมถึงจัดกิจกรรมต่างๆ ให้สอดคล้องกับไฮซีซั่นด้วย