ปธ.สมาพันธ์SME ถอดบทเรียน ‘ดิ ไอคอน’ บนช่องว่าง-โอกาส สร้างผู้ประกอบการออนไลน์ไทย
นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ให้ความเห็นกรณีธุรกิจขายตรงที่กำลังเป็นกระแสสังคม ว่า กระแสการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจสู่ยุคดิจิทัลและสื่อออนไลน์เข้ามามีบทบาทต่อวิถีชีวิตรูปแบบที่เข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว รวมทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันที่ประชาชนทั้งภาคแรงงาน เอสเอ็มอีและผู้สูงวัยต่างดิ้นรนต้องการอยู่รอดท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่ซึมเศร้าอย่างยาวนาน ต้นทุนเพิ่ม ค่าครองชีพพุ่ง ภาระดอกเบี้ยสูงสวนทางกับรายได้ที่มีปัจจัยรุมเร้าในการแข่งขันจากทุนข้ามชาติที่โหมกระหน่ำซ้ำเติมกับการบังคับใช้กฎหมายที่เหลื่อมล้ำและขาดความเอาจริงเอาจังอย่างต่อเนื่องเพื่อปกป้องผู้ประกอบการและคนไทย
ปัญหา ดิ ไอคอน แท้จริงมาจากการไม่สร้างความตระหนักรู้เท่าทันธุรกิจให้ประชาชน หรือการเรียนรู้การสร้างงานสร้างอาชีพทุกช่วงวัยมีช่องว่าง หรือการปล่อยปละละเลยของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง หรือปัญหาการเข้าไปมีส่วนรู้เห็นดำเนินการอย่างผิดกฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมืองบางคนในการทุจริต หรือการเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนคนอื่นสังคมเสียหายช่างมัน
สังคมเรียกร้องความเป็นธรรมจากภาครัฐ ถามหา “ธรรมาภิบาล” ของผู้ที่เกี่ยวข้อง แต่สิ่งสำคัญ คือ เรื่องราวนี้ได้ให้บทเรียนกับ “ประเทศไทย” ที่น่าจะนำมาชวนกันคิดถอดบทเรียนเพื่อสร้างแนวทางในการขับเคลื่อนป้องกัน แก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เพิ่มโอกาสลดช่องว่าง ให้กับประชาชน ทั้งผู้เสียหาย และผู้ที่มีความคาดหวังที่จะหาทางหารายได้ เพิ่มจากธุรกิจออนไลน์อย่างถูกต้อง และพึ่งพากลไกรัฐยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกับ 4 โอกาสของภาครัฐ คือ
1. โอกาสของภาครัฐในการกำหนดมาตรการบ่มเพาะผู้ประกอบการ หรือ ผู้ที่มีความคาดหวังในการที่จะหารายได้เพิ่มรวมทั้งผู้เสียหายจากกรณี ดิ ไอคอน ในการให้ความรู้ความเข้าใจในการเป็นผู้ประกอบการ ทักษะการบริหารจัดการทางการเงิน ทักษะการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้เกิดภูมิคุ้มกัน ทักษะทางดิจิทัลเพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจออนไลน์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยนำสินค้าของเกษตรกร OTOP วิสาหกิจชุมชน เอสเอ็มอีและผู้ประกอบการอื่นๆ ที่พร้อมและสนใจร่วมโครงการมาส่งเสริมจับคู่เพื่อก่อให้เกิดการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก
2. โอกาสของภาครัฐในการส่งเสริม Soft Power ให้ผู้เสียหายเพื่อก่อให้เกิดสินค้าและบริการรวมทั้งรูปแบบธุรกิจที่สร้างสรรค์ตามความถนัดและช่องว่างทางการตลาด เพิ่มโอกาสการเติบโตและเป็นต้นแบบที่ดีในการดำเนินนโยบาย Soft Power กระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ร่วมกับการเข้าถึงแหล่งทุนต้นทุนต่ำให้เกิดการพัฒนาอาชีพ สร้างธุรกิจที่อยู่บนพื้นฐานของสัมมาอาชีพ
3. โอกาสของภาครัฐในการแนะนำมาตรการของรัฐที่ช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีผ่านกลไกที่มีอยู่ของแต่ละหน่วยงาน และทบทวนให้ตอบสนองความต้องการผู้ประกอบการมากขึ้น อาทิ มาตรการพัฒนาผู้ประกอบการของ สสว.ผ่านระบบ BDS มาตรการยกระดับทักษะขีดความสามารถของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) มาตรการแหล่งความรู้ออนไลน์กับผู้ประกอบการของสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ มาตรการ DBD SME 360 องศา ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า มาตรการพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีผ่านกลไก DX platform ของ SME D Bank หลักสูตรฝึกอบรมต่างๆ ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นต้น เพื่อให้เข้าถึงผู้ประกอบการ และประชาชนที่สนใจมากยิ่งขึ้น
4. โอกาสของภาครัฐในการปรับปรุงระบบทั้งช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน แนวทางปฏิบัติ การบังคับใช้กฎหมายทันทีและผู้รับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อลดความเสียหายของประชาชน และสังคม อีกทั้งสร้างมาตรการป้องกันเชิงรุกในการสื่อสารให้ความรู้ ข้อมูล เข้าถึงข่าวสารกับประชาชนที่รวดเร็วผ่านช่องทางออนไลน์ของรัฐและสื่อมวลชนต่างๆ
“ปัญหา ดิ ไอคอน สะท้อนให้เห็นว่าภาครัฐจะต้องปรับเปลี่ยนการให้ความรู้ บริการประชาชน ผู้ประกอบการที่ตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น การให้ความช่วยเหลือของภาครัฐที่จะสร้างการจดจำที่ดีงามและร่วมแก้ไขปัญหาอย่างมีส่วนร่วม คือ เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส เปลี่ยนความสูญเสียเป็นภูมิคุ้มกัน ตอบโจทย์เปลี่ยนความต้องการของประชาชนให้เป็นจริง เร่งสร้าง พลเมืองดิจิทัล (Digital Citizenship) ยกระดับขีดความสามารถพลเมืองให้เป็นพลังแผ่นดินและทางออกประเทศไทย” แสงชัยกล่าว

