หน้าแรก เศรษฐกิจ อิ๊งค์ คิกออฟ...

อิ๊งค์ คิกออฟฟื้นฟูศก. ดึงผู้ประกอบการรายใหญ่ช่วยรายเล็ก คาดกระตุ้นเม็ดเงิน 1.1 แสนล้าน

17.10.24 | 05:15 น.

อิ๊งค์ คิกออฟฟื้นฟูเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ดึงผู้ประกอบการรายใหญ่ช่วยรายเล็ก คาดกระตุ้นเม็ดเงินมากถึง 1.1 แสนล้าน

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานงานแถลงข่าว Kick Off เปิดตัว โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วม

น.ส.แพทองธารกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการกระตุ้นเศรษฐกิจเสมอ เมื่อวันที่ 25 กันยายน ได้กระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ คือการเติมเงินลงไปในระบบถึง 145,552 ล้านบาท โดยแจกเงินสด 10,000 บาท ถึงมือพี่น้องประชาชน และได้เก็บผลตอบรับต่างๆ ที่มาจากประชาชนกลุ่มแรก ทุกคนได้รับประโยชน์มาก บางบ้านได้มากกว่า 10,000 บาท เพราะมีหลายคนหรือรวมกันเพื่อทำธุรกิจเล็กๆ ก็สามารถเกิดธุรกิจใหม่ขึ้นมาได้ สามารถฟื้นตัวขึ้นมาได้

นั่นเป็นสิ่งที่รัฐบาลภาคภูมิใจ และคิดต่อว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบนโยบายต่างๆ ซัพพอร์ตโครงการต่างๆ ให้พี่น้องประชาชน วันนี้เราได้ทราบว่าการฟื้นฟูเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่สำคัญ และเป็นสิ่งที่ต่อยอดจากการที่แจกเงินสดไปแล้วเข้าไปในระบบ
ช่วยผู้ประกอบการรายย่อย95%

น.ส.แพทองธารกล่าวอีกว่า วันนี้การฟื้นฟูเศรษฐกิจจะรับไม้ต่อเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยอย่างต่อเนื่อง และช่วยส่งเสริมให้โครงการเงินหมื่นฟื้นเศรษฐกิจเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และคุ้มค่ากับภาษี โดยโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจในรอบนี้จะเน้นผู้ประกอบการรายเล็ก ที่มีถึง 95% ของผู้ประกอบการทั้งหมด ถือว่าเป็นส่วนใหญ่มาก และเป็นรากฐานของเศรษฐกิจไทย วันนี้โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจจะทำเพื่อลดรายจ่าย เพิ่มการขยายโอกาส โดยใช้เวลาทั้งสิ้น 5 เดือน ซึ่งโครงการนี้ได้เริ่มขึ้นแล้วตั้งแต่เดือนกันยายน จะจบลงเดือนมกราคมนี้

Advertisement

โครงการนี้มี 3 ส่วนที่สำคัญ ส่วนแรกลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการรายเล็ก ซึ่งการลดต้นทุนเป็นสิ่งสำคัญมาก จะทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนต่ำลง และหายใจได้โล่งขึ้น เพราะต้นทุนน้อยลง มีโอกาสทำกำไรมากขึ้น จะลดค่าเช่าร้านแผง และพื้นที่ของหน่วยราชการ และเอกชนเข้าร่วมด้วย เช่น ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ต้องขอบคุณนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ที่ให้ความร่วมมือลดค่าเช่าถึง 50% ในตลาด 12 ตลาดใหญ่ใน กทม.ที่ กทม.รับผิดชอบอยู่ โดยมีพ่อค้าแม่ค้าประมาณ 11,000 ราย ได้ลดค่าเช่าถึงสิ้นปีนี้ รวมถึงพื้นที่ พณ.และหน่วยราชการ ยกเว้นค่าเช่าให้ผู้ประกอบการกว่า 3,000 ราย ค่าเช่าพื้นที่การขายถือเป็นต้นทุนสำคัญ

น.ส.แพทองธารกล่าวต่อว่า ส่วนที่ 2 การเพิ่มพื้นที่ขายให้กับผู้ประกอบการรายเล็ก โดยสนับสนุนพื้นที่จากหน่วยงานของราชการ และพื้นที่ของเอกชนให้ผู้ประกอบการรายเล็ก ได้มีช่องทางทำมาหากินเพิ่มมากขึ้น และมีหลายหน่วยงานเข้ามาให้ความร่วมมือในส่วนนี้ เช่น กห.ได้นำพื้นที่ค่ายทหารมาทำเป็นตลาดนัด กระทรวงมหาดไทย (มท.) ในการใช้ลานหน้าศาลากลางจังหวัด รวมถึงการจัดตลาดพาณิชย์กว่า 1,300 ครั้ง ในพื้นที่ทั่วประเทศไทย

น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ส่วนที่ 3 คือการลดค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยการจับมือกับผู้ผลิตและผู้ค้าส่งรายใหญ่ เพื่อลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และจัดงานมหกรรมลดราคาสินค้า โดยมีทั้งภาคเอกชนและผู้ผลิตรายใหญ่ ห้างสรรพสินค้า ผู้ให้บริการในปั๊มน้ำมัน แพลตฟอร์มการขายออนไลน์รวม 130 ราย ซึ่งมีสาขาย่อยกว่าแสนสาขา ร่วมกันในการลดราคาสินค้าในโครงการนี้ และจากโครงการนี้รัฐบาลคาดการณ์ว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากถึง 110,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นผลลัพธ์ของการที่ผนึกกำลังกันอย่างเข้มแข็งของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นของรัฐ เอกชน นโยบายนี้รัฐอยากให้เกิดเป็นรูปธรรม จึงดึงความร่วมมือของเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น