ปศุสัตว์ ผลึกกำลัง บก.ปคบ. ทลายสถานที่ผลิตยาสัตว์เถื่อน-สารเร่งเนื้อแดง มูลค่ากว่า 100 ล้าน
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม เวลา 09.30 น. ที่ตึกอำนวยการ กรมปศุสัตว์ พญาไท กรุงเทพมหานคร นายเอกภาพ พลซื่อ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายการเมือง) พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์ บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และพันตำรวจโท อุดมศักดิ์ สุวรรณแสง รองผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) แถลงข่าว การบุกทลายสถานที่ผลิตสารเร่งเนื้อแดงและยาสัตว์เถื่อนรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม พร้อมตรวจยึดของกลาง ทั้งยาสัตว์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน และอาหารสัตว์ที่ต้องสงสัยว่ามีการผสมสารเร่งเนื้อแดงจำนวนมาก รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท
นายเอกภาพกล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2567 ทางกรมปศุสัตว์ ได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียนผ่านทางเว็บไซต์กรมปศุสัตว์ กรณีพบสถานที่ผลิตและจัดจำหน่ายยาสัตว์เถื่อน และสารเร่งเนื้อแดงรายใหญ่ภายในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ซึ่งต้องสงสัยว่ามีการกระทำผิด ตาม พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ.2558 และ พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510
โดย เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ ประกอบด้วย ปศุสัตว์เขต 7 ปศุสัตว์จังหวัดนครปฐม เจ้าหน้าที่กองสารวัตรและกักกัน และเจ้าหน้าที่กองควบคุมอาหารและยาสัตว์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองกำกับการ 2 บก.ปคบ. ได้ร่วมกันวางแผน สืบสวนข้อมูลเบื้องต้นพบว่า มีสถานประกอบการทั้งสามแห่ง มีเหตุอันน่าเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดจริง

ดังนั้น จึงได้ขอหมายค้นจากศาลจังหวัดนครปฐม เพื่อเข้าค้นบริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอกำแพงแสน 2 แห่ง และอำเภอบางเลน 1 แห่ง และจากการตรวจสอบพบว่า สถานประกอบการทั้งสามแห่ง มีเจ้าของคนเดียวกันทั้งหมด
นายเอกภาพกล่าวว่า ลักษณะสถานที่ผลิตยาและอาหารสัตว์เหล่านั้น เป็นรูปแบบโกดังขนาดใหญ่ ซึ่งภายในสถานที่ดังกล่าวพบผลิตภัณฑ์ยาสัตว์ไม่มีเลขทะเบียน อาหารสัตว์ผสมสารเร่งเนื้อแดง เครื่องมือเครื่องจักร สำหรับการผลิต และจากการตรวจสอบใบอนุญาตจำหน่ายอาหารสัตว์และยาสัตว์ พบว่าสถานประกอบการ ดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตจำหน่ายอาหารสัตว์และยาสัตว์ ซึ่งการกระทำดังกล่าว เข้าข่ายการกระทำความผิด ดังนี้
พระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ.2558
1. มาตรา 15 ผู้ใดประสงค์จะผลิตเพื่อขาย หรือนำเข้าเพื่อขายอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ ตามมาตรา 6 (1) ให้ยื่นคำขออนุญาต และเมื่อผู้อนุญาตออกใบอนุญาตให้แล้ว จึงจะผลิตเพื่อขาย หรือนำเข้าเพื่อขายอาหารสัตว์ ควบคุมเฉพาะนั้นได้ โทษตามมาตรา 74 จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. มาตรา 56 (4) ห้ามผู้ใดผลิตเพื่อขาย นำเข้าเพื่อขาย หรือขายอาหารสัตว์ที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่ มิได้ขึ้นทะเบียนไว้ โทษตาม มาตรา 86 วรรคแรก จำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นถึงหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510
1. มาตรา 12 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต ขาย หรือนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาแผนปัจจุบัน
เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต โทษตาม มาตรา 101 จำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
2. มาตรา 72 (4) ห้ามมิให้ผู้ใด ผลิต ขาย หรือนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา โทษตามมาตรา 122 จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ด้าน พันตำรวจโท อุดมศักดิ์ เผยว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดของกลางยาสัตว์และอาหารสัตว์ไม่มีทะเบียน รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด โดยแบ่งเป็นหมวดดังนี้
1. ยาสัตว์ไม่มีทะเบียน จำนวน 224 รายการ ซึ่งเป็นยาที่ไม่ผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อาจไม่มีสารสำคัญ หรือปริมาณสารตามที่กำหนด ไม่มีประสิทธิภาพในการรักษา และอาจเป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง
2. อาหารสัตว์ผสมสารเร่งเนื้อแดง จำนวน 7 รายการ ซึ่งสารเร่งเนื้อแดงที่ผสมในอาหารสัตว์
มีวัตถุประสงค์เพื่อเร่งการเจริญเติบโต ลดปริมาณไขมันในเนื้อสัตว์ ตลอดจนเพิ่มปริมาณกล้ามเนื้อ และทำให้เนื้อสัตว์สีแดงน่าบริโภค ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค เช่น กระตุ้นการเต้นกล้ามเนื้อหัวใจ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ โรคลมชัก โรคความดันโลหิตสูง ตลอดจนหญิงมีครรภ์ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับอันตรายจากสารเร่งเนื้อแดงที่ตกค้างในเนื้อสัตว์
ทั้งนี้ พันตำรวจโท อุดมศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับสารเร่งเนื้อแดง ถือว่าเป็นสารเคมีที่ผิดกฎหมายในราชอาณาจักรไทย และทางเจ้าหน้าที่จะต้องมีการตรวจสอบถึงที่มาของการนำเข้า ผู้ค้า รวมถึงเส้นทางของการนำเข้ามาในประเทศไทย และจะต้องเร่งปราบให้มากที่สุด
3. เครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับการผลิต จำนวน 9 รายการ ซึ่งเป็นเครื่องมือผลิตยาที่ไม่ได้มาตรฐาน และไม่ผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
รวมของกลาง จำนวน 240 รายการ มูลค่าของกลางประมาณ 100,434,840 บาท

พนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด และจับกุมผู้ต้องหา นำส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 2 บก.ปคบ. เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
ด้าน นายสัตวแพทย์ บุญญกฤช เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีสินค้ายาเถื่อนสำหรับสัตว์ออกมาจำหน่ายเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะขายในราคาถูกกว่าที่ควรจะเป็น ในช่องทางออนไลน์ และยาบางชนิดก็ถูกนำไปใช้ในสถานพยาบาล โดยไม่ได้จดทะเบียนจากกรมปศุสัตว์ และชนิดของยาที่พบว่า มีการระบาดจำนวนมาก ณ ขณะนี้คือ ยาจำกัดปรสิตชนิดน้ำ ซึ่งสารต้นการทำยาอาจจะไม่ได้มาตรฐาน และอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ โดยทางเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่ บก.ปคบ. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทั้งแหล่งผลิต และสถานพยาบาลที่ได้มีการรับแจ้งว่ามีการใช้ยาเถื่อนในการประกอบการรักษาพยาบาลสัตว์ และทางกรมปศุสัตว์ได้มีการแจ้งเรื่องให้กับทางสำนักคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้มีการตรวจสอบอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ นายสัตวแพทย์บุญญกฤช กล่าวว่า ตนขอฝากเตือนภัยถึงผู้บริโภคในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ยาสัตว์และอาหารสัตว์ ควรเลือกซื้อจากแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ เพื่อความปลอดภัย โดยหากเป็นยาหรืออาหารสัตว์ สินค้าดังกล่าวต้องได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมปศุสัตว์ และหากสถานพยาบาลสัตว์หรือสถานประกอบการใด นำยาสัตว์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเหล่านี้ไปจำหน่ายและใช้ในสถานพยาบาลของตนจะมีความผิดตาม พ.ร.บ ยา พ.ศ.2510 มาตรา 72 (4) ผลิต ขาย หรือนำ หรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา โทษตาม มาตรา 122 จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ หากพบการกระทำลักษณะข้างต้น หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่สายด่วนกรมปศุสัตว์ 06-3225-6888 หรือเว็บไซต์ กรมปศุสัตว์


