ทองคำพุ่งแรง 350 บาท หลังทองคำโลกวิ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง ส่วนหุ้นลบ 5.20 จุด ดัชนีเจอแรงขายทำกำไรหลังวิ่งไม่ผ่านระดับจิตวิทยาที่ 1,500 จุด
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม นายธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทฮั่วเซ่งเฮง เปิดเผยว่า ราคาทองคำโลกปรับตัวขึ้นทะลุ 2,700 เหรียญสหรัฐ ไปสู่ระดับสูงสุดใหม่ (All-time high) ที่ระดับ 2,713 เหรียญสหรัฐ ซึ่งได้รับปัจจัยสนับสนุนจากความวิตกกังวลในการเลือกตั้งสหรัฐ หลังจากมีการคาดการณ์ว่านายโดนัล ทรัมป์ มีโอกาสที่จะชนะการเลือกตั้งสหรัฐ รวมถึงแรงซื้อทองคำจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มมากขึ้น จึงดันให้ทองคำปรับขึ้นไปทั้งทองโลกและทองคำไทยด้วย
“ราคาทองคำยกระดับสูงสุด และระดับต่ำสุดอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถทะลุผ่าน 2,700 เหรียญสหรัฐ ไปสู่ ออลไทม์ไฮได้ ขณะที่สัญญาณทางเทคนิคของราคาทองคำบ่งชี้แนวโน้มของราคาทองคำที่สดใส คาดว่าราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ต่อ โดยมีปัจจัยที่ตลาดกลับมาให้ความสนใจเกี่ยวกับการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งล่าสุดมีการคาดการณ์ว่า เฟดอาจปรับลดลงครั้งละ 0.25% ในการประชุม 2 ครั้งที่เหลือของปีนี้ ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน และธันวาคมของปี” นายธนรัชต์ กล่าว
ทั้งนี้ ราคาทองคำ ณ วันที่ 18 ตุลาคม 2567 ทองแท่ง รับซื้อ 42,350 บาท ขายออก 42,450 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ 41,583.88 บาท ขายออก 42,950 บาท โกลด์สปอต หรือราคาทองคำโลก อยู่ที่ 2,712.50 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ค่าเงินบาท อยู่ที่ 33.14 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มีการปรับเปลี่ยนราคา 8 ครั้ง รวมปรับเพิ่มขึ้น 350 บาท
ส่วนภาวะหุ้นวันนี้ หุ้นเคลื่อนไหวในแดนบวกสลับลบ โดยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,495.02 จุด ก่อนปิดตลาดภาคบ่ายที่ระดับ 1,489.82 จุด ปรับลดลง 5.20 จุด หรือลบ 0.35% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,506.82 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,488.61 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 64,650.07 ล้านบาท
นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ดัชนีเคลื่อนไหวไซด์เวย์ หลังจากปรับตัวขึ้นมาทดสอบแนวต้านสำคัญทางจิตวิทยา 1,500 จุด แต่ยังไม่สามามารถผ่านไปได้ จึงประเมินกรอบการเคลื่อนไหวบริเวณ 1,490 – 1,500 จุด โดยสาเหตุการปรับลดลงของดัชนีหลังจากวิ่งขึ้นมาในแดนบวกกว่า 10 จุด เนื่องจากมีแรงขายออกกดดัน อาทิ THCOM ลดลง 9.47% TIDLOR ลดลง 3.61% TTB ลดลง 3.17% จึงเป็นแรงกดดันการปรับขึ้นในการซื้อขายภาคบ่าย

