พิชัย แนะลดดอกเบี้ยซ้ำอีก จี้ ธปท. คุมค่าบาท ชี้ยังแข็งไป สั่ง พณ. เตรียมแพคเกจของขวัญปีใหม่
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงร้อยละ 0.25 นั้น ถือเป็นเรื่องที่ดี เป็นสิ่งที่ควรทำ แต่ก็อยากให้ลดลงอีก หากเป็นไปได้ก็อยากให้ปรับลดลงอีก ซึ่งหลายประเทศเริ่มปรับลดดอกเบี้ยต่อเนื่องแล้ว และอยากให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดูแลในเรื่องค่าเงินบาทด้วย เพราะตอนนี้ยังถือยังแข็งค่าอยู่ แม้จะมีบางช่วงอ่อนลง แต่แค่เพียงชั่วคราว เพราะเงินบาทที่อ่อนค่าลงจะมีผลดีต่อการแข่งขันในด้านส่งออกของไทย รวมถึงการออกมาตรการช่วยเหลือที่จะช่วยลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายของประชาชนและภาคธุรกิจ ซึ่งมีโอกาสก็จะพูดคุยกับธปท.
“วันนี้การอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบถือเป็นเรื่องที่สำคัญ ต้องมีการแก้หนี้ โดยปัญหาหนี้ที่ค้างคามานาน ไม่ใช่เฉพาะกับประเทศไทยแต่เกิดขึ้นกับทั้งโลกถือเป็นระเบิดเวลา ประเทศไทยจะต้องมีการจับตาในส่วนนี้ด้วย เพราะเราไม่สามารถปฏิเสธได้ ต้องหาทางแก้หนี้ให้ได้ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ในช่วงโควิด โดยการแก้หนี้ส่วนใหญ่จะทำด้วยการตัดหนี้ เพื่อทำให้ธุรกิจสามารถเดินต่อไปได้ เพราะหากธุรกิจปิดตัวลงจะยิ่งส่งผลกระทบมากขึ้น เศรษฐกิจไทยเวลานี้มีสัญญาณที่ค่อนข้างดีมีแนวโน้มการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น และจากการเดินทางเยือนต่างประเทศของนายกรัฐมนตรีมองเห็นโอกาสในเรื่องของการลงทุนอย่างชัดเจน จึงอยากให้มีการรักษาค่าเงินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเพื่อเป็นการดึงดูดการลงทุน” นายพิชัย กล่าว
นายพิชัย กล่าวว่า สำหรับของขวัญปีใหม่ 2568 ที่กระทรวงพาณิชย์ เตรียมให้ประชาชนนั้น กำลังดูในเรื่องการรณงค์ใช้สินค้าไทยและสินค้าชุมชน และให้กระทรวงพาณิชย์ คัดสรรว่าสินค้าใดจะเป็นตัวเด่นที่จะส่งเสริมและช่วยเหลือมูลค่าการค้า รวมถึงแต่ละหน่วยงานกำลังดูว่าจะมีแพคเกจอะไรออกมาเพิ่มเติม ส่วนโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจรอบสองที่ได้คิกออฟเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมนั้น เบื้องต้นได้รับรายงานว่าได้รับการตอบรับที่ดีทั้งในแง่การเข้าร่วมงานลดราคาสินค้าและงานเปิดจัดขายของที่ทยอยจัดทำทั่วประเทศ จากนี้มีการจัดกิจกรรมและนำสินค้าราคาลดกว่าปกติในจำหน่ายตาม อบจ. ที่ได้จัดหาสถานที่ไว้
” กำลังติดตามมอนิเตอร์ว่าการตอบรับเป็นอย่างไร ความต้องการต่อเนื่องแค่ไหน หากยังเห็นว่ายังต้องการอยู่ ก็จะขยายเวลาโครงการจากเดิมถึงเดือนมกราคม ไปถึงเดือนมีนาคม เพราะขณะนี้ประชาชนต้องการสินค้าประหยัด และผู้ประกอบการเองก็ต้องการจำหน่ายสินค้า บวกกับมาตรการรัฐที่จะออกมาเสริม เพื่อเติมเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ จะเป็นตัวผลักดันการขยายตัวของเศรษฐกิจต่อเนื่อง เพียงจะทำให้อย่างไรให้ต้นทุนต่ำ และลดภาระหนี้สินครัวเรือน” นายพิชัย กล่าว

