หน้าแรก เศรษฐกิจ ททท. เร่งเครื...

ททท. เร่งเครื่องกระตุ้นไทยเที่ยวไทยโค้งสุดท้ายเต็มที่ อัดแคมเปญลุ้นเดินทางทะลุเป้า 10%

21.10.24 | 05:36 น.

ททท. เร่งเครื่องกระตุ้นไทยเที่ยวไทยโค้งสุดท้ายเต็มที่ อัดแคมเปญลุ้นเดินทางทะลุเป้า 10%

นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ (ตุลาคม-ธันวาคม 2567) ต่อเนื่องไปถึงปี 2568 ททท.วางแผนสื่อสารการตลาด โดยมีเป้าหมายเพิ่มวันพักเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวไทย จาก 2.5 วัน มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 3,000 บาทต่อทริป เป็น 3 วัน เพิ่มการใช้จ่ายเฉลี่ยเป็น 3,500 บาท-4,000 บาท ซึ่งรายได้รวมของการเดินทางเที่ยวในประเทศล่าสุดในปีนี้อยู่ที่ 7.68 แสนล้านบาทแล้ว ตลอดทั้งปีนี้น่าจะสร้างรายได้อยู่ที่ 9.5-9.7 แสนล้านบาท ซึ่งจากสถิติการเดินทางของไทยเที่ยวไทยขณะนี้ สะสมอยู่ที่ 200 ล้านคน-ครั้ง ในแง่ของจำนวนถือว่าถึงเป้าหมายไปแล้ว จากที่ตั้งไว้ว่าตลอดทั้งปี 2567 จะการเดินทางเที่ยวในประเทศ 200 ล้านคน-ครั้ง จึงมีลุ้นการเดินทางเที่ยวในประเทศจะทำได้ถึง 230 ล้านคน-ครั้ง สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 10%

นายนิธี กล่าวว่า ปัจจัยที่ ททท.ให้ความสำคัญและถือเป็นเรื่องท้าทายต่อการทำตลาดไทยเที่ยวไทย ได้แก่ สภาพเศรษฐกิจภายในประเทศ หนี้ครัวเรือน น้ำท่วมในบางพื้นที่ รวมถึงการฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวหลังเผชิญอุทกภัย โดย ททท.วางแผนรับมือผ่านการออกแคมเปญและกิจกรรมต่างๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงโค้งท้าย ขับเคลื่อนรายได้จากการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศตลอดทั้งปีนี้ให้ได้ใกล้เคียงกับเป้าหมาย 1 ล้านล้านบาท อาทิ แคมเปญวินเทอร์ เฟสติวัล ในช่วงปลายปี ทั้งลอยกระทง วิจิตรเจ้าพระยา การร่วมกับภาคเอกชนจัดโปรโมชั่นต่างๆ ทั้งอีเวนต์ ด้านกีฬา เทศกาลดนตรี เทศกาลประเพณีต่างๆ ทั่วไทย อาทิ ประเพณีแห่ดาว จังหวัดยโสธร ประเพณีไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม

นายนิธี กล่าวว่า การส่งเสริมการเที่ยวในประเทศ จะจับกระแสภาพยนตร์ไทยที่กำลังเป็นโด่งดังทั้งในคนไทยและต่างชาติ โดยททท.จะจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวตามรอยหนังดังต่างๆ อาทิ ธี่หยด 2 เที่ยวอุตรดิตถ์ การตามรอยหมีเนย เที่ยวไทย ซึ่งหนีเนย จะพาเที่ยวรอบกรุง เที่ยวกรุงเก่า เพื่อทำแคมเปญกระตุ้นการเดินทางอย่างต่อเนื่อง ช่วยโน้มน้าวให้คนไทยเลือกที่จะเดินทางเที่ยวในประเทศ แทนการออกไปเที่ยวต่างประเทศที่เริ่มเพิ่มมากขึ้น กระตุ้นให้เห็นว่าคนไทยจะมีความสุขทันที ที่เที่ยวไทย ตอกย้ำให้มองการท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และการได้เที่ยวกับคนที่เรารัก ก็เป็นความสุขที่ประเมินค่าไม่ได้ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือก

“การสื่อสารการตลาดของ ททท.จะเน้นการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น โดยเตรียมจะเปิดตัวแคมเปญสุขทันที ที่เมืองรอง ผ่านการเผยแพร่ข้อมูลการท่องเที่ยวและ 5 MUST DO IN THAILAND ในทั้ง 55 จังหวัดเมืองรองด้วย ผ่าน www.เมืองน่าเที่ยว.com ซึ่งสัดส่วนนักท่องเที่ยวระหว่างเมืองหลักและเมืองรองจะอยู่ที่ 70 : 30 การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวสู่เมืองรอง จะต้องทำให้เมืองรองเป็นหลัก กระจายรายได้สู่เมืองรอง เกิดการพัฒนาเชิงกายภาพมี สิ่งอำนวยความสะดวกในการเข้าถึง ซึ่งนายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อยากให้เอกชนเป็นตัวนำในการสร้างอีเวนต์ 1-2 ปี ในเมืองรอง เพื่อดึงดีมานต์ แต่เราจะช่วยเสริมความมั่นใจในเรื่องความต่อเนื่องที่จะเกิดขึ้นแน่นอน” นายนิธี กล่าว

นายนิธี กล่าวว่า การสื่อสารการตลาดในปีหน้า ภาพใหญ่จะเป็น Amazing Thailand Grand Tourism & Sport เป็นวิสัยทัศน์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในปี 2568 ที่จะมีทั้งหมด 5 เรื่อง ภายใต้แนวคิด 5 Grand ได้แก่ 1.Grand festivity 2.grand privilege 3.grand celebration 4.grand moment และ 5.grand invitation สำคัญสุดคือ grand collaboration ความร่วมมือบูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ปี 2568 จะเห็นการเฉลิมฉลอง การจัดงานระดับเวิล์ดอีเว้นท์ อาทิ การเป็นเข้าภาพซีเกมส์ของไทย การจัดกอล์ฟ ทัวร์นาเม้นท์ LGPA การส่งมอบประสบการณ์ที่มีคุณค่าให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่ง ททท.ตั้งเป้าหมายปี 2568 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ อยู่ที่ 40 ล้านคน สร้างรายได้รวมของภาคการท่องเที่ยวที่ 3.25 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเป้าหมายปีนี้ ที่อยู่ประมาณ 3 ล้านล้านบาท

Advertisement

ทั้งนี้ ททท.เตรียมเปิดตัวแคมเปญ “สุขท้าลอง 72 สไตล์” ประเดิมการสร้างจุดขายมุมมองใหม่ 72 เส้นทาง 72 สไตล์จากแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศไทยด้วยการจัดทำ E-book ท้าให้คนไทยออกเดินทางท่องเที่ยวผ่านแนวคิด 5 Must Do in Thailand ให้ไปทำ ไปดูไปกิน ไปเห็นด้วยตัวเองอย่างแท้จริง พร้อมเชิญ 5 KOLs ตัวท็อปในแต่ละวงการมาร่วมทำ Travel Vlog นำเสนอ 5 เส้นทางท่องเที่ยวตามสไตล์ของตนเอง เพื่อปลุกกระแสการท่องเที่ยวไทยในช่วงปลายปีอีกทั้งเพิ่มแรงส่งให้เกิดกระแสการเดินทางท่องเที่ยวต่อเนื่องไปถึงต้นปี 2568 ด้วย