นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวในการเป็นประธานเปิดงานเสวนาเรื่อง “แนวทางการปฏิรูปกองเรือประมง เครื่องมือทำการประมงและการใช้แรงงานในเรือ เพื่อก้าวเข้าสู่การทำประมงอย่างยั่งยืนในยุค ไทยแลนด์ 4.0” ว่า การแก้ปัญหาประมงที่ผิดกฎหมาย ไม่รายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) ของไทย ที่สหภาพยุโรปได้ให้ใบเหลือง และสหรัฐอเมริกาได้จัดอันดับรายงานการค้ามนุษย์ของไทย อยู่ใน Tier 2 Watch List หรือประเทศที่มีรายงานเหยื่อการค้ามนุษย์เพิ่มขึ้น หรือไม่มีหลักฐานชัดเจนว่ารัฐบาลได้พยายามต่อต้านการค้ามนุษย์นั้น ทำให้รัฐบาลได้ให้ความสำคัญแก้ปัญหาการค้ามนุษย์และแรงงานภาคบังคับ ปัญหาภาคประมงไทยสะสมมาหลายปี ทรัพยากรทางทะเลถูกทำลาย ซึ่งปัญหาเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องมีต่างประเทศมาเตือน แต่ควรปฏิรูปโครงสร้างประมงอย่างเร่งด่วนและจริงจัง ให้การประมงสมดุล มีมาตรฐานระดับสากล
นายพรเพชร กล่าวอีกว่า อุตสาหกรรมประมงไทยเติบโตแบบก้าวกระโดด ผลิตแปรรูปส่งออกเป็นขนาดใหญ่อันดับ 4 ของโลก มีรายได้ 6.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯต่อปี หรือ 2 แสนล้านบาทต่อปี โดยข้อมูล 23 จังหวัดชายทะเล มีเรือประมงจดทำเบียนพาณิชย์ถูกกฎหมาย 11,217 ลำ แต่ที่ผ่านมาการประมงสากลได้หยิบยกประเด็น IUU Fishing ขึ้นมา ซึ่งมองว่าทุกประเทศมีส่วนรับผิดชอบในการรักษาธรรมชาติทางทะเล และการต่อต้านการประมงผิดกฎหมายเป็นเป้าหมายสากล
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า ขณะนี้ไทยได้แก้ปัญหา การประมง และปัญหาการค้ามนุษย์อย่างเต็มที่ ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย ปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อสถานะการจัดอันดับของไทย ในเร็วๆนี้ เจ้าหน้าที่อียูจะมาติดตามการแก้ปัญหา IUU ของไทยก่อนจะประเมินสถานะอีกครั้ง ส่วนปัญหาการค้ามนุษย์ รัฐบาลจะส่งรายงานความคืบหน้าแก้ปัญหาให้สหรัฐฯในเดือนมีนาคมนี้ ก่อนที่สหรัฐฯ จะประเมินสถานะไทยอีกครั้งในเดือนมิถุนายนนี้ หวังว่าไทยจะเลื่อนอันดับมาอยู่ที่ Tier 2 จากTier 2 Watch List

