ธุรกิจอาหาร ชี้ หั่นค่าเช่า-ลดราคาสินค้า แก้ไม่ตรงจุด แนะรัฐมุ่งเพิ่มสภาพคล่อง-เปิดช่องขายใหม่ๆ
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม นายบุญประเสริฐ พู่พันธ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็น แอนด์ บี พิซซ่าเครป จำกัด เจ้าของสินค้าและแฟรนไชส์ N&B และโฮกิโฮกิ(HokiHoki) ป๊อปคอร์น และอดีตนายกสมาคมแฟรนไชส์ไทย เปิดเผยว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นแค่ส่วนหนึ่งในการลดค่าใช้จ่ายการนำธุรกิจ แต่การลด 0.25% ถือว่ามีผลน้อยไม่เพียงพอต่อธุรกิจขนาดกลางและเล็ก เพราะปัจจุบันธุรกิจเจอปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะกำลังซื้อน้อยมาก การแข่งขันต้นทุนต่ำจากต่างชาติมาดัมพ์ราคาขายในไทยโดยเฉพาะการปล่อยให้แพลตฟอร์มออนไลน์จากนอกประเทศได้เปิดดำเนินการที่เน้นนำเข้าทั้งหมด ซึ่งหากรัฐไม่รีบแก้ไขภายใน 3 ปีจากนั้นธุรกิจไทยต้องปิดกิจกรรมลงจำนวนมากและไม่อาจฟื้นตัวได้เลย เพราะเจอทั้งแข่งราคาไม่ได้และถูกแย่งรายได้ ดังนั้น สิ่งที่ธุรกิจอยากให้รัฐบาลส่งเสริม คือ เพิ่มโอกาสและลดต้นทุนแท้จริง มาตรการรัฐขอให้ลดค่าเช่าพื้นที่หรือลดราคาสินค้า เป็นเรื่องที่เอกชนทำกันอยู่แล้วเพราะเขาต้องการประคองรายได้ รัฐควรเน้นลดค่าใช้จ่ายของการประกอบการ ทั้งด้านภาษี ด้านเงื่อนไขการลงทุนเหมือนดึงต่างชาติมาลงทุนไทย หรือ มอบเงินทุนให้ผู้ประกอบการโดยตรง แทนจัดอบรม เพื่อธุรกิจนำเงินไปลงทุน พัฒนา และสร้างแบรนด์ของตนเอง
” รัฐควรเปิดโอกาสให้คนไทยค้าขายผ่านออนไลน์ที่แข่งขันกับต่างชาติได้ด้วย เพราะเป็นทางรอดของธุรกิจวันนี้้ อย่างอินโดนีเซีย เขาห้ามแพลตฟอร์มต่างชาติที่มีพฤติกรรมดัมพ์ราคาและไม่ได้สร้างงานหรือรายได้เข้าประเทศ เขายกเลิกกฎหมายล้าสมัยด้วย อยากให้รัฐบาลไทยเชิงรุกในการปกป้องธุรกิจในประเทศและสร้างโอกาสแท้จริง ตอนนี้การค้าไม่ดีเพราะเจอ 3 ปัจจัยเสี่ยง คือ ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง แนวโน้มเงินเฟ้อโลกมากขึ้น และกำลังซื้ออยู่ในวงจำกัด ” นายบุญประเสริฐ กล่าว
นายบุญประเสริฐ กล่าวว่า สำหรับบริษัทฯได้ปรับตัวเพิ่มสัดส่วนการค้าผ่านออนไลน์มากขึ้น ตามพฤติกรรมคนปัจจุบันเดินห้างลดลงหันซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น และกิจกรรมร้านต่างๆหันสั่งอาหารทานเล่นมากขึ้น โดยในส่วนของร้าน N&B กำลังทบทวนที่เปิดตามค้าปลีกเหลือ 30 สาขา จาก 50 สาขา ส่วนโฮกิโฮกิ คงมีสาขาเดียวที่สยามพารากอน และเน้นเพิ่มสินค้าใหม่ๆ ซึ่งปีใหม่นี้จะเพิ่มรสแมคคาเดเมียประดับด้วยทองคำแท้ รับคำสั่งซื้อช่วงปีใหม่เท่านั้น โดยปี 2568 ตั้งเป้ายอดขายรวมกว่า 60-80 ล้านบาท จากปีนี้ N&B คาดยอดขาย 50 ล้านบาท และ HokiHoki คาดยอดขาย 8 ล้านบาท สำหรับธุรกิจแฟรนไชน์เชื่อว่าอย่างไรยังเติบโตโดยเฉพาะอาหาร เพียงแต่ต้องปรับตัวและได้รับการสนับสนุนแท้จริงจากภาครัฐ

