หน้าแรก เศรษฐกิจ เปิด วันสต๊อป...

เปิด วันสต๊อปเซอร์วิส กรมศุลฯ ด่านหนองคาย โยง 8 หน่วยงาน หวังดันการค้าชายแดนพุ่ง 2 เท่าใน 3 ปี

25.10.24 | 16:55 น.

จุลพันธ์ เปิด วันสต๊อปเซอร์วิส กรมศุลฯ ด่านหนองคาย โยง 8 หน่วยงาน หวังดันการค้าชายแดนพุ่ง 2 เท่าใน 3 ปี
วันที่ 25 ตุลาคม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมศุลกากรได้ร่วมมือกัน หน่วนงานพันธมิตร เปิดศูนย์บริการค้าชายแดนเบ็ดเสร็จ (วัน สต๊อป เซอร์วิส) ณ สำนักงานศุลกากรหนองคาย ขึ้นเป็นแห่งแรกของประเทศแล้ว ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2567 โดยมีการบูรณาการร่วมกับ 8 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานศุลกากรหนองคาย สำนักงานพาณิชย์ จังหวัดหนองคาย สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดหนองคาย สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หนองคาย ด่านตรวจพืชหนองคาย ด่านกักสัตว์หนองคาย ศูนย์บริหารจัดการด่านตรวจประมงเขต 2 และด่านอาหารและยาหนองคาย ในการช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้าชายแดน และค้าผ่านแดน และโลจิสติกส์ให้แก่ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่

“วัน สต๊อป เซอร์วิส หนองคาย จะเป็นการนำร่องอำนวยความสะดวก ทางการค้า การนำเข้า ส่งออก พร้อมทั้งจะลดกฎหมายและขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เพื่อไม่ให้ภาครัฐเป็นอุปสรรคขัดขวางการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจะช่วยส่งผลดีต่อการค้าชายแดน ให้เติบโตเป็น 2 เท่าใน 3 ปี” นายจุลพันธ์ กล่าว

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ กรมศุลฯ ยังได้ปรับปรุงแพลตฟอร์มกลางการเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียว หรือ ไทยแลนด์ เนชันแนล ซิงเกิล วินโดว์ โดยได้นำร่องกลุ่มสินค้าพืชเกษตร 673 พิกัดรายการสินค้า ด้วยการเปิดให้บริการยื่นคำขอเพื่อขอรับใบอนุญาต ใบรับรองประกอบการนำเข้าสินค้าพืชเกษตร ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งรองรับการขอรับใบอนุญาต ใบรับรองสินค้าเกษตร ที่มีการควบคุมร่วมกันระหว่างกรมวิชาการเกษตร และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา 415 รายการ โดยผู้นำเข้าสินค้าสามารถยื่นคำขอและส่งข้อมูลเพียงครั้งเดียว

ขณะเดียวกัน กรมศุลฯ ยังได้พัฒนาระบบ ไทยแลนด์ เทรด เจอร์นีย์ เพื่อสนับสนุนการทำงานของศูนย์บริการค้าชายแดนเบ็ดเสร็จ และช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจด้านการนำเข้า – ส่งออก ในด้านข้อมูลที่สำคัญรวมถึงช่องทางการติดต่อกับระบบสารสนเทศ ของหน่วยงานภาครัฐ โดยผู้ประกอบการสามารถขอใบอนุญาตหรือใบรับรองผ่านระบบได้โดยตรง พร้อมเข้าถึงข้อมูล ขั้นตอน กฎหมาย และสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรอย่างครบถ้วน ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการใหม่ ได้ทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน ทั้งระเบียบ กฎหมาย การขออนุญาตการนำเข้า – ส่งออก ต่าง ๆ ซึ่งได้นำร่องส่งออกสินค้าประเภทผลไม้ 22 ชนิด และการนำเข้าสินค้าประเภท ผัก ผลไม้ วัตถุอันตราย ปุ๋ย เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ 20 รายการ

นายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวเสริมว่า เพื่อลดภาระการบันทึกข้อมูลที่ซ้ำซ้อน และสามารถส่งข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ในครั้งเดียว จึงได้มีการพัฒนาการให้บริการในรูปแบบ ซิงเกิล ซับมิสชัน โดยได้นำร่องกับการนำเข้าสินค้าพืชเกษตรที่มีการควบคุมมากกว่าหนึ่งหน่วยงาน เช่น สินค้าพืชที่เป็นวัตถุดิบ อาหารสัตว์ ส้มแมนดาริน มันสำปะหลัง กระเทียม ลิ้นจี่ ทุเรียนแช่แข็ง ลำไย เกี่ยวข้องกับ 5 หน่วยงาน ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กรมการค้าต่างประเทศ และ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดยจะช่วยลดระยะเวลาในการกรอกข้อมูลลงได้มากที่สุดถึง 60%

Advertisement