‘พณ.-สรท.’ ประสานเสียง ส่งออก’67 ทุบสถิติ ทำนิวไฮ 10 ล้านล. ชี้ เลือกตั้งสหรัฐ-ภูมิรัฐศาสตร์ แรงกดดันปีหน้า
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การส่งออกไทยเดือนกันยายน 2567 มีมูลค่า 25,983.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 1.1% คิดเป็นเงินบาท 889,074 ล้านบาท หดตัว 0.8% และหากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัว 3.1% เป็นการส่งออกขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 สำหรับการนำเข้าเดือนกันยายน มีมูลค่า 25,589 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 9.9% และเกินดุลการค้า 394.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนมูลค่าการค้ารูปเงินบาท การนำเข้า มีมูลค่า 886,336 ล้านบาท ขยายตัว 7.8% เกินดุลการค้า 2,738 ล้านบาท
ทั้งนี้ การส่งออกไทย 9 เดือนแรก 2567 มีมูลค่า 223,176 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 3.9% เมื่อหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัว 4.2% การนำเข้า มีมูลค่า 229,132.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 5.5% และ 9 เดือนแรก ขาดดุลการค้า 5,956.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนมูลค่าการค้ารูปเงินบาท 9 เดือนแรก การส่งออก มีมูลค่า 7,957,895 ล้านบาท ขยายตัว 8.6% การนำเข้า มีมูลค่า 8,264,589 ล้านบาท ขยายตัว 10.2% และ 9 เดือนแรกขาดดุล 306,694 ล้านบาท

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า การส่งออกเดือนกันยายน ถือว่าดีเกินที่ได้คาดการณ์ไว้ ที่มีมูลค่าการส่งออกเกิน 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยขยายตัวในทุกหมวดสินค้า โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอาหาร ที่ได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาดโลก รวมทั้งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่เติบโตต่อเนื่องตามวัฏจักร ประกอบกับสินค้ามีคุณภาพและราคาที่แข่งขันได้ ขณะที่เศรษฐกิจในตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป เริ่มฟื้นตัวจากสถานการณ์เงินเฟ้อที่คลี่คลาย ส่งผลให้อุปสงค์ในตลาดเหล่านี้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การปรับตัวลดลงของค่าระวางเรือในเส้นทางการค้าสำคัญยังช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคา ที่สำคัญเกินดุลการค้าต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ถือเป็นสัญญาณบวกต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของภาคการส่งออกไทย
ลงในรายละเอียด เดือนกันยายน มูลค่าส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัว 3.5% ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน โดยสินค้าเกษตร ขยายตัว 0.2% และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัว 7.8% สินค้าสำคัญขยายตัวดี อาทิ ข้าว 15.2% ยางพารา 47.4% อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป 15.6% อาหารสัตว์เลี้ยง 21.5% ขณะที่สินค้าสำคัญหดตัว อาทิ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง หดตัว 20.9% ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง หดตัว 29.2% น้ำตาลทราย หดตัว 10.4% ไก่สด 3% เป็นต้น ขณะที่ ส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัว 5.4% ส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 2% อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ 25.5% ผลิตภัณฑ์ยาง 15.7% ขณะที่สินค้าหดตัว อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ หดตัว 9.9% อัญมณีและเครื่องประดับ หดตัว 6.5% กลับมาหดตัวในรอบ 5 เป็นต้น ขณะที่ตลาดส่งออกส่วนใหญ่ยังขยายตัว โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ขยายตัว 18.1% สหภาพยุโรป (27) 4.1% CLMV 8.3% ขณะที่หดตัวในตลาดจีน 7.8% ญี่ปุ่น 5.5 %อาเซียน (5) 6.7%
นายพูนพงษ์ กล่าวถึงส่งออกในไตรมาส 4/2567 ว่า คาดว่าคงเติบโตต่อเนื่อง แม้เผชิญกับความท้าทายหลายประการ เช่น การเลือกตั้งในสหรัฐฯ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ เงินบาทแข็งค่า ปัญหาอุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตสินค้าเกษตร และการเปลี่ยนแปลงนโยบายการส่งออกข้าวของอินเดียอาจกระทบการส่งออกข้าวไทย เป็นต้น รวมถึงเศรษฐกิจจีนชะลอการเติบโต สะท้อนจากเดือนกันยายนไทยส่งออกไปจีนหดตัว 7.8%
ส่วนปัจจัยบวกจากแนวโน้มการใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น ขณะที่ความต้องการสินค้าเกษตรและอาหารไทยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงเทศกาลและฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี แนวโน้มการลดลงอัตราค่าระวางเรือขนส่งสินค้า ช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ส่งออกไทย ทำให้สินค้าไทยมีโอกาสเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น ขณะที่ประเทศคู่ค้าสำคัญและสหรัฐฯยังเติบโตได้ดี
“มูลค่าส่งออกใน 3 เดือนที่เหลือ หากทำได้เฉลี่ย 22,533 ล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน ทั้งปีนี้ส่งออกไทยจะโตได้ 2% ตามเป้าหมายและ มีมูลค่ากว่า 2.9 แสนล้านเหรียญสหรัฐ จะทำนิวไฮอีกครั้ง จากไทยเคยทำนิวไฮเมื่อปี 2565 ที่ 2.87 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเรายังมองว่ามีโอกาสได้ 2.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน ส่วนแนวโน้มส่งออกปี 2568 ในเดือนพฤศจิกายนจะมีการประชุมหารือกับผู้ส่งออกและภาคเอกชนทุกอุตสาหกรรม เพื่อรวมกันทำตัวเลขส่งออกและแผนการผลักดัน เบื้องต้นยังมองว่าส่งออกไทยจะยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง หากไม่มีเหตุการณ์โลกอะไรที่รุนแรงกว่าปัจจุบัน เพราะที่ผ่านมาภาคเอกชนได้มีการปรับตัวต่อเนื่อง“ นายพูนพงษ์ กล่าวว่า

นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือ สภาผู้ส่งออก กล่าวว่า ส่งออกเดือนกันยายน ดีเกินกว่าคาดไว้ ทั้งภาคเกษตรและอุตสาหกรรม ตอนนี้คำสั่งซื้อล่วงหน้าเพื่อส่งมอบก่อนปีใหม่ และหลังปีใหม่ยังมีต่อเนื่อง ซึ่งปกติตัวเลขจะลดลงเดือนธันวาคมและมกราคม เพราะมีวันหยุดเทศกาลปีใหม่ต่อเนื่อง ดูจากตัวเลขส่งออกรายเดือนปีนี้โตเกิน 2% แน่ สรท. เรามองไว้โต 2.5% จะทำให้ส่งออกไทยปีนี้จะทำนิวไฮทั้งสกุลเงินดอลลาร์ ที่มีมูลค่ารวม 2.9 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และเงินถึงกว่า 10 ล้านล้านบาท จาก 9 เดือนทำได้เกิน 8 ล้านล้านบาท แล้ว ประเด็นต้องจับตาจากนี้ คือ ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ และ ผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์
“ความกังวล 3 เรื่องที่ภาคส่งออกยังกังวล คือ เส้นทางการเดินเรือยังเหมือนเดิมวันนี้ จะไม่เหตุการณ์ปะทะถึงขั้นปิดเส้นทางหรือต้องใช้เส้นทางอ้อม อีกทั้งเรื่องค่าระวางเรือยังอยู่เคลื่อนไหวในระดับปัจจุบัน แม้จะสูงขึ้นเท่าต้นปีแล้ว อีกทั้งจำนวนตู้คอนเทนเนอร์ไม่ขาดแคลนเหมือนก่อน ส่วนเรื่องค่าเงินบาท หากยังดูแลไม่ให้เคลื่อนไหวผันผวนและทรงตัวระดับ 33-34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ก็จะยังพอแข่งขันได้ เพราะที่ผ่านมา ผู้ส่งออกได้มีการปรับตัวมาระดับหนึ่งแล้ว ส่วนเลือกตั้งสหรัฐ หากยังเป็นการแข่งขันกัน 2 พรรคนั้น ก็พอจะรู้ว่าเมื่อพรรคใดมาจะต้องรับมือกันอย่างไร และมีกระทบอะไรบ้าง ซึ่งเลือกตั้งสหรัฐ จะมีผลต่อทิศทางส่งออกไทยในปีหน้า“ นายชัยชาญ กล่าว

