หน้าแรก เศรษฐกิจ นายกฯ รับปาก ...

นายกฯ รับปาก ตั้ง กรอ. ลุยถกทุก 6 เดือน กกร.ชง 4 ข้อ แก้ปัญหาเศรษฐกิจ

28.10.24 | 14:02 น.

นายกฯ รับปาก ตั้ง กรอ. ลุยถกทุก 6 เดือน กกร.ชง 4 ข้อ แก้ปัญหา ศก.ไทย ทั้ง แก้หนี้-จัดการน้ำ-ฟื้น SME-พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เผย รบ.จีนพร้อมร่วมมือ สางปัญหาจีนเทา


เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 ตุลาคม ที่ทําเนียบรัฐบาล นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยหลังการหารือระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า การหารือครั้งนี้ เพื่อมาดูว่ามีอะไรที่ต้องเร่งทําหรือปรับปรุงให้มีความสอดคล้อง ซึ่งมีอยู่ 4 หัวข้อ

นายพิชัยกล่าวต่อว่า ส่วนการเร่งแก้ปัญหาหนี้สิน การหารือในครั้งนี้น่าจะได้ข้อยุติเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนและหนี้เอสเอ็มอี โดยจะมีความช่วยเหลือจากภาครัฐ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทย ซึ่งต้องรอดูว่าจะมีมาตรการอย่างไร นอกจากนี้ มีการหารือถึงหนี้ครัวเรือนในส่วนของการซื้อรถกระบะ ซึ่งเป็นเครื่องมือทํามาหากิน ทั้งนี้ หากมียอดการซื้อเพิ่มขึ้น หมายความว่ามีคนที่จะนำรถไปใช้ประกอบอาชีพ

นายพิชัยกล่าวว่า ทางประเทศจีนเข้าใจถึงสถานการณ์ และยินดีให้ประเทศไทยออกกฎหมาย กําหนดขั้นตอนต่างๆ ทั้งนี้ ประเทศจีนมีความไว้วางใจประเทศไทยมาก พร้อมระบุว่า มีคนจีนที่เดินทางมาประเทศไทยจํานวนมาก บางเรื่องจึงอาจเตรียมตัวไม่ทัน แต่ก็ยินดีที่จะปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกัน

Advertisement

หนุนบริษัทจีนลงทุนไทยพร้อมไฟเขียวปราบสินค้าไม่ได้มาตรฐาน

ด้าน นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธาน กกร. กล่าวว่า ทางสภาหอการค้าไทย ได้ตั้งกลไกเพื่อที่จะประสานงานระหว่างหอการค้าไทย-จีน สถานทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย รวมถึงผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มาลงทุนในประเทศไทย 300 กว่าบริษัท เนื่องจากประเทศไทยเป็นสถานที่สำคัญที่เขาจะมาลงทุน นอกจากนี้ รัฐบาลจีนยังยืนยันที่จะสนับสนุน หากประเทศเราจะมีกฎหมายปราบปรามผู้ที่ไม่สุจริต หรือสินค้าที่มาตรฐานไม่ดี รวมถึงธุรกิจที่ไม่ผ่านธนาคาร ส่วนราคาสินค้าที่ผิดกฎหมาย ประเทศจีนอยากให้หน่วยงานรัฐของไทยปราบปรามอย่างเต็มที่ และยินดีที่จะให้ความร่วมมืออย่างฉันมิตร ตนจึงคิดว่าปัญหาต่างๆ จะสามารถแก้ไขได้

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้ SME เป็นภาคที่มีความเปราะบางอ่อนแอ โดยสองเรื่องที่ SME ต้องการที่สุด คือการเข้าถึงแหล่งเงิน เนื่องจากขณะนี้ยังเข้าไม่ได้เต็มที่ ยิ่งในช่วงที่ผ่านมามีความระมัดระวัง SME ก็ได้รับผลกระทบอย่างมาก และต้องช่วยลดภาระด่านต้นทุนต่างๆของ SME ด้วย และมีเรื่อง ease of doing business เงื่อนไขกติกาต่างๆ พบว่ากฎหมายและกติการที่มากมายเป็นต้นทุนแฝงที่คิดเป็น 30-50% สำหรับธุรกิจ SME ซึ่งต่างกันไปตามแต่ละประเทศ แต่เมื่อเทียบกับบริษัทใหญ่ๆ ต้นทุนแฝงในส่วนนี้นั้นน้อยมากคิดเป็นไม่กี่ % ดังนั้นจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนในการที่จะช่วยเหลือ SME

ชู 4 goals ทรานส์ฟอร์มเอสเอ็มอีเป็นสมาร์ทเอสเอ็มอี

นายเกรียงไกรกล่าวว่า ทาง ส.อ.ท.มีมาตรการที่จะ transform ให้บริษัท SME ขึ้นมาเป็น smart SME แข่งขันได้ เรียกว่า 4 goals คือ goal แรกคือ ดิจิทัลและเอไอ ทำให้ SME เข้าถึง digital transformation ให้ได้ ซึ่งเรามีนโยบายชัดเจน ด้วยโครงการที่เรียกว่า digital one เราจำหน่ายให้ SME ในราคา 1,110 บาท จากปกติราคาเป็นแสนบาท goal ที่ 2 innovation (นวัตกรรม) SME ต้องจิ๋วแต่แจ๋วซึ่งเรามีค้นแบบจากหลายประเทศซึ่งเขาอยู่ได้ goal ที่ 3 global เราจะต้องทำให้ SME ส่งออกไปทั่วโลกด้วยแพลตฟอร์ม หรือด้วยกลไกต่างๆ และถ้าเป็น SME ภาคการผลิตจะต้องสามารถเข้าใจมาตรฐานของอุตสาหกรรมใหม่ ที่จะเกาะเข้าไปอยู่ใน supply chain ให้ได้ อย่างเช่นรถ EV เป็นต้น และท้ายที่สุดคือ goal green นั่นคือ SME มีความจำเป็นจะต้องเข้าใจในการรักสิ่งแวดล้อม และไปสู่อุตสาหกรรมที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ ไม่อย่างนั้นเราจะไม่สามารถเข้าสู่ห่วงโซ่ของการผลิตของโลกได้เลย

นายเกรียงไกรกล่าวว่า ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่เราเสนอในวันนี้คือเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ เราเป็นประเทศที่มีน้ำมากและน้ำแล้งสลับกันไป ดังนั้นเราจะต้องเอาสิ่งเหล่านี้เป็นจุดแข็งให้ได้ในการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เพราะว่าภาคการเกษตรที่จะเป็นดาวรุ่งเพราะว่าทุกประเทศขาดแคลนอาหารจากสงคราม จะเป็นโอกาสของอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารมูลค่าสูงของประเทศ น้ำจึงมีส่วนสำคัญมากเพราะภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องใช้น้ำจำนวนมหาศาล เพราะฉะนั้นการบริหารจัดการน้ำและแก้ปัญหาน้ำท่วม ในปีหน้าเราต้องมีระบบการเตือนภัย จับมือกับเพื่อนบ้านในการติดตั้ง และดูลุ่มน้ำทุกแห่งในประเทศบูรณาการเป็นข้อมูลเดียวกัน

เร่งแก้หนี้ครัวเรือนกลุ่มเปราะบางคาด 2 สัปดาห์รู้เรื่อง

นายผยง ศรีวณิช ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ตามมาตรการเร่งด่วนที่ได้รับข้อห่วงใยของนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่เราเข้าไปเรียนพบในเดือนตุลาคม ทางสมาคมธนาคารไทยก็ได้เร่งดำเนินการโดยการขับเคลื่อน หลังจากกระทรวงการคลังกับ ธปท.รวมไปถึงสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และเครดิตบูโร ในการที่จะประเมินจำนวนกลุ่มเปราะบาง และความจำเป็นที่จะต้องแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งอยู่ระหว่างการเร่งสรุปภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ก็น่าจะมีผลออกมาเป็นรูปธรรม ซึ่งน่าจะครอบคลุมตั้งแต่บ้านหลังแรก รถยนต์ทำมาหากิน ไปจนผู้ประกอบการถึง SME รายเล็ก ที่จะสามารถทำให้เขาขึ้นมาประกอบอาชีพ นำไปสู่ความสามารถในการมีรายได้สร้างความมั่นคงของชีวิต ซึ่งก็จะคู่ขนานไปกับการหาแหล่งเงินทุน จากทั้งของทางภาครัฐและระบบของธนาคารพาณิชย์ไปพร้อมๆ กัน

รวมไปถึงการให้ความร่วมมือให้มีการดำเนินการในระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้มาตรการระยะกลางของรัฐบาลจะเข้ามาเสริม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเพิ่มรายได้หรือเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นการขับเคลื่อนร่วมกับทางภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นสภาอุตสาหกรรมหรือสภาหอการค้า ในการที่จะให้มีการรับรองในเรื่องของทักษะแรงงาน รวมไปถึงการดึงภาคเอกชนโดยเฉพาะกลุ่มบริษัทรายใหญ่ซึ่งอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในกลุ่มของ supply chain เพื่อแก้ปัญหาในการจัดซื้อ ให้แก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

นายกฯ รับปากตั้ง กรอ.หารือปัญหาทุก 6 เดือน

นอกจากนี้ นายสนั่นยังเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีรับปากตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เพื่อหารือกันทุก 6 เดือน เพื่อพูดคุยอย่างเป็นทางการ ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากนี้ เรานำเสนอ โดยนายพิชัยตอบรับว่าจะกระตุ้นเร็ว และเสนอโครงการคนละครึ่ง Easy Recipe E-Recipe และขณะเดียวกัน อยากให้เร่งทำก่อนช่วงเทศกาลปีใหม่ พร้อมยินดีพิจารณาร่วมกัน

เร่ง รบ.ออกโครงการเติมเงินหมื่นเฟส 2

นายสนั่นระบุว่า โครงการเติมเงิน 10,000 บาทในเฟสสอง ซึ่งจากเศรษฐกิจที่ผ่านมา ถือเป็นสิ่งจำเป็น ประชาชนต้องการเม็ดเงินจับจ่าย และทำให้จับจ่ายได้ดีสำหรับคนขายของ โรงงานก็มีงานทำมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า กกร.มั่นใจหรือไม่ว่า ตัวเลขจีดีพีจะโตตามเป้าที่รัฐบาลเคยประกาศไว้ นายพิชัยกล่าวว่า ทั่วประเทศในโลก ไม่ได้มุ่งเน้นลดแค่ค่าใช้จ่าย หรือหนี้อย่างเดียว ซึ่งต้องให้มีหนี้ที่เหมาะสม แต่ขณะเดียวกันต้องเร่งรายได้เพื่อแข่งขันกับประเทศอื่นๆ

เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าโครงการเติมเงิน ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ นายพิชัยกล่าวว่า ไม่ใช่คิดทีเดียวแล้วทำอย่างนั้นตลอดไป แต่ดูไปเรื่อยๆ รวมถึงผลได้ผลเสีย ความเหมาะสม จังหวะเวลา และรับข้อคิดเห็นมาว่าการกระตุ้นด้วยแบบไหน ถึงจะผลดีที่สุด มีผลต่อเศรษฐกิจมากที่สุด ซึ่งจากดูภายในปีนี้ จีดีพีน่าจะโตกว่า 2.4% ที่เคยตั้งไว้เมื่อต้นปี แต่เกิดอุทกภัย ก็ทำให้ตัวเลขตกลงมาบ้าง แต่เชื่อว่าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ที่ออกมาจะทำให้ตัวเลขจีดีพีใกล้เป้าหมายที่เราตั้งไว้ และจากโครงการที่เราทำ จะดึงตัวเลขจีดีพีขึ้นมาได้ 2.7-2.8

กกร.ชง 4 ข้อเสนอรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับข้อเสนอที่ กกร.ได้เสนอต่อรัฐบาล มี 4 ประเด็นสําคัญ ได้แก่ 1.การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยขอให้มีมาตรการลดภาระค่าครองชีพ ราคาพลังงาน รวมถึงออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยแยกวิธีให้เหมาะสม และใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ

2.การช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยขอให้เร่งสร้างความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ เพื่อให้สินค้าไทยสามารถแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศได้ รวมถึงสนับสนุนการเข้าถึงสินเชื่อ การส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการ

3.การบริหารจัดการน้ำ เพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วมและน้ำแล้งซ้ำซาก โดยขอให้มีมาตรการส่งเสริมด้านการเงินและการลงทุน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถประกอบกิจการได้ในกรณีที่เกิดเหตุภัยพิบัติ รวมถึงการพัฒนาระบบแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ ผ่านโทรศัพท์มือถือ

4.เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ พัฒนาเทคโนโลยี ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจทั่วประเทศ โดยขอให้มีการผลักดันให้เกิดการลงทุนในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และอำนวยความสะดวกด้านการถ่ายลำทางเรือในระบบคอนเทนเนอร์ ณ ท่าเรือแหลมฉบัง รวมถึงพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ส่งเสริมการค้าชายแดน