เดินทางเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของปีอีกครั้ง หลังเหลืออีกเพียง 2 เดือน (พฤศจิกายน-ธันวาคม) ก็จะหมดปี 2567 และเข้าสู่ปี 2568
ขณะนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่อยากจะทำอะไรให้รีบทำ เพื่อไม่ให้หมดปีไปแบบเปล่าประโยชน์
โดยเฉพาะการทำงานของรัฐบาล หากต้องการแรงส่งด้านเศรษฐกิจไปถึงปีหน้าให้ขยายตัวอย่างเต็มศักยภาพ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งเห็นพ้องต้องกันคือ ภาคการท่องเที่ยว เวลานี้ไทยเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเดินทางท่องเที่ยวของทั้งคนไทยและต่างชาติ
ผู้ประกอบการจึงต่างวาดภาพฝันว่า ไฮซีซั่นนี้ธุรกิจจะกลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง หลังจากต้นปีเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวทยอยฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป
พอกลางปีเป็นช่วงนอกฤดูการท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติตกท้องช้าง แม้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะพยายามบอกว่าไทยไม่มีโลว์ซีซั่น ไม่มีการตกท้องช้างแล้ว แต่ผู้ประกอบการยืนยันเสียงแข็ง ผ่านตัวเลขยอดจองห้องพักที่หายไป
ขณะเดียวกันไทยยังเผชิญวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ทั้งภาคเหนือและอีสาน โดยเฉพาะภาคเหนือเป็นจังหวัดท่องเที่ยว ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด
จังหวะนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการงัดทุกกระบวนท่ากระตุ้นให้เกิดการเดินทางเพิ่มขึ้น เพื่อกระจายรายได้สู่ธุรกิจและชุมชนอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อเศรษฐกิจในภาพรวมแบบทันที
หนึ่งในกระบวนท่าที่มองว่าใช้ได้ผลจริงคือ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน จากข้อมูลของ ททท.พบว่า เราเที่ยวด้วยกัน 5 เฟสที่ผ่านมา เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 58,621 ล้านบาท จากการใช้งบประมาณ 24,000 ล้านบาท
หากมีโครงการเราเที่ยวด้วยกัน รัฐบาลอุดหนุนค่าใช้จ่ายท่องเที่ยว 40% ประชาชนออกเอง 60% กระตุ้นทันไฮซีซั่น เชื่อว่าจะเป็นแรงส่งไปปี 2568 ได้ดีอย่างแน่นอน โดยเฉพาะจังหวัดที่นักท่องเที่ยวไม่มาก
เครื่องมือที่ใช้ ควรมาในเวลาที่ใช่ ให้ผลลัพธ์เป็นอย่างที่หวังไว้

