บาทเปิดเช้านี้ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แนะรับมือความผันผวน ช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลศก.มะกัน
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.76 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย”
จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 33.82 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ในลักษณะ Sideways Down (กรอบการเคลื่อนไหว 33.74-33.85 บาทต่อดอลลาร์) หนุนโดยจังหวะการรีบาวด์ขึ้นเกือบ +20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ของราคาทองคำ อย่างไรก็ดี การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทก็ถูกชะลอลง หลังเงินดอลลาร์ก็ทยอยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องในช่วงคืนที่ผ่านมาเช่นกัน โดยเงินดอลลาร์ยังคงได้แรงหนุนจากความต้องการถือเงินดอลลาร์ ตามการปรับเพิ่มสถานะถือครองสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับ Trump Trades รวมถึงการอ่อนค่าลงของบรรดาสกุลเงินหลัก โดยเฉพาะเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ซึ่งอ่อนค่าทะลุโซน 153 เยนต่อดอลลาร์ ตามแรงกดดันจากส่วนตัวระหว่างบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ กับญี่ปุ่นที่กว้างมากขึ้น และความกังวลต่อสถานการณ์การเมืองญี่ปุ่นในระยะสั้น หลังพรรค LDP และพรรคพันธมิตร Komeito สูญเสียการครองอำนาจในสภาผู้แทนฯ (Lower House) ในการเลือกตั้งล่าสุด
บรรดาผู้เล่นในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เริ่มทยอยเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่ได้ทวีความรุนแรงและบานปลายมากขึ้น อย่างที่ตลาดเคยกังวลก่อนหน้า ทว่า ผู้เล่นในตลาดต่างก็รอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะหุ้นเทคฯ ใหญ่ The Magnificent 7 ทำให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาด +0.27%
นายพูนกล่าวว่า สำหรับวันนี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะ ยอดตำแหน่งงานเปิดรับ (JOLTs Job Openings) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Conference Board Consumer Confidence) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการปรับดอกเบี้ยนโยบายของเฟดได้
ส่วนในฝั่งเอเชีย ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญรายเดือนของเวียดนาม อาทิ อัตราเงินเฟ้อ CPI ยอดค้าปลีก (Retail Sales) และยอดผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production) เป็นต้น
นยพูนกล่าวว่า สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาทประเมินว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทในช่วงที่ผ่านมาอาจเริ่มชะลอลงบ้าง และเงินบาทอาจแกว่งตัวในลักษณะ Sideways จนกว่าตลาดจะรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยเงินบาทยังพอได้แรงหนุนฝั่งแข็งค่า ตราบใดที่ราคาทองคำยังพอมีจังหวะปรับตัวสูงขึ้นได้ อีกทั้งบรรดาผู้เล่นในตลาด อย่างฝั่งผู้ส่งออก (Exporters) ต่างก็รอทยอยขายเงินดอลลาร์แถวโซน 33.80 บาทต่อดอลลาร์ เป็นต้นไป ทำให้การอ่อนค่าของเงินบาทก็เป็นไปอย่างจำกัด อย่างไรก็ดี เรายังคงเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการทยอยอ่อนค่าลงของเงินบาท เนื่องจากเงินดอลลาร์ก็ยังมีแนวโน้มทยอยแข็งค่าขึ้นต่อได้ ซึ่งนอกเหนือจากประเด็นการเพิ่มสถานะถือครองให้สอดคล้องกับธีม Trump Trades เรามองว่าในระยะสั้น เงินดอลลาร์ก็อาจพอได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าลงของบรรดาสกุลเงินหลัก โดยเฉพาะเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) จนกว่าความวุ่นวายและไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองญี่ปุ่นจะลดลงชัดเจน ซึ่งอาจต้องเห็นการเจรจาต่อรองระหว่างพรรค LDP กับพรรคอื่นๆ เพื่อรวมรวบที่นั่งในสภาผู้แทนฯ ให้ได้เสียงข้างมาก อย่างเป็นรูปธรรมเสียก่อน
ทั้งนี้ ควรระวังความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะ ยอดตำแหน่งงานเปิดรับ (Job Openings) เนื่องจากสถิติในรอบ 1 ปี ที่ผ่านมา สะท้อนว่า เงินบาทอาจแกว่งตัวในกรอบที่กว้างราว +/-0.19% ในช่วง 30 นาที หลังตลาดรับรู้รายงานข้อมูลดังกล่าวได้ นอกจากนี้ รายงานผลประกอบการของบรรดาหุ้นขนาดใหญ่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในตลาดการเงินได้อย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน
ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงในตลาด ลักษณะ Two-Way Volatility ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งสหรัฐฯ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงการปรับมุมมองต่อแนวโน้มนโยบายการเงินของบรรดาธนาคารกลางไปมา ทำให้ยังคงแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการปิดความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งการใช้เครื่องมือเช่น Options หรือ สกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้
มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.60-33.90 บาท/ดอลลาร์ (ควรระวังความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ)

