“พิชัย” รมว. คลัง สั่งการบ้าน ธปท. วางกรอบเงินเฟ้อปี 68 อยากเห็นเงินเฟ้อเข้ากรอบ 2%
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ที่กระทรวงการคลัง นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมกำหนดกรอบเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ ปี 2568 ร่วมกับ นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ เป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า ครั้งเป็นการหารือแบบไม่เป็นทางการ โดยมีข้อสรุป คือ การกำหนดนโยบายการเงินเพื่อให้สอดคล้องนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล
นายพิชัยกล่าวว่า โดยเรื่องการกำหนดกรอบเงินเฟ้อนั้น ถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ส่วนตัวจึงยังรับได้กับกรอบเดิม ที่ 1-3% ต่อปี เพราะฉะนั้น การประชุมครั้งนี้จึงได้พูดคุยกันถึงการแก้ไขที่ต้นเหตุ ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลอยากได้คือ นโยบายที่สนับสนุนการลงทุน และการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง ซึ่งทาง ธปท.ก็จะไปขัดเกลานโยบายการเงิน รวมทั้งการกำหนดกรอบอัตราเงินเฟ้อตามที่หารือกันครั้งนี้ และดูเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ให้เหมาะสม จากนั้นก็พูดคุยกับกระทรวงการคลังอีกครั้งภายในธันวาคมนี้ แล้วคลังจะจึงนำไปเสนอ ครม.โดยด่วน

“คลังไม่ติดใจ ว่าจะกรอบเงินเฟ้อเป็น 1-3% หรือ 1.5-3.5% แต่มองว่าเงินเฟ้อที่ทำได้จริงในปีหน้า ควรอยู่ในระดับเหมาะสมที่ 2% จากปีนี้ที่อยู่ไม่ถึง 1%ซึ่งเป็นอัตราต่ำไป นอกจากนี้ วางเงื่อนไขให้ ธปท.จะต้องมีหน้าที่สนับสนุนนโยบายบริหารเศรษฐกิจรัฐบาลให้เติบโต ทั้งเรื่องส่งเสริมการลงทุน การแก้ไขปัญหาหนี้สิน ซึ่งเรื่องเหล่านี้ที่จริงเป็นหน้าที่ของ ธปท.อยู่แล้ว”นายพิชัย กล่าว
นายพิชัยกล่าวว่า ทั้งนี้ ที่ผ่านมาไทยอาจจะมีปัญหาที่ว่าเศรษฐกิจมีการเติบโตที่ไม่สูง ถึงแม้วันนี้มีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นมา คือ การเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2566 หรือก่อนที่รัฐบาลจะมา อยู่ที่ 1.9% ต่อปี ส่วนปี 2567 คาดว่าจะอยู่ที่ 2.7% ขณะที่ปี 2568 ถ้ายังเดินหน้าตามปกติ ผมคิดว่าน่าจะเห็นตัวเลขมากกว่า 3% ได้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลก็อยากจะปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้น ในสิ่งที่ทำได้

