หน้าแรก เศรษฐกิจ หอการค้า มองภ...

หอการค้า มองภาพรวมเศรษฐกิจ โต 2.6-2.7%-โค้งสุดท้ายเน้นกระตุ้นการจับจ่าย

30.10.24 | 18:39 น.

หอการค้า มองภาพรวมเศรษฐกิจ โต 2.6-2.7%-โค้งสุดท้ายเน้นกระตุ้นการจับจ่าย


เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ที่โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ ถนนพญาไท ราชเทวี กรุงเทพฯ สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ จัดงาน สุดยอดผู้นำองค์กร ประจำปี 2567 (CEO ECONMASS Awards 2024) โดยมี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นผู้มอบรางวัลในครั้งนี้  และ ภายในงานมีการเสวนาหัวข้อ “เศรษฐกิจไทย โอกาส และความท้าทายในปี 2568” โดย นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, นายผยง ศรีวณิช  ประธานสมาคมธนาคารไทย และ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วม ภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)

นายสนั่น กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2567 จริงๆแล้วจีดีพีน่าจะแตะที่ 3 ถ้าไม่มีเหตุการณ์น้ำท่วม โดยจะเห็นว่า ไตรมาสที่ 4 ก็จะมีมาตรการเศรษฐกิจออกมากระตุ้นต่อเนื่อง ไม่ว่าจะมาตรการแจกเงินหมื่น หรือ มาตรการด้านการท่องเที่ยว โดยหลังจากประเทศไทยผ่านวิกฤตภัยธรรมชาติทั้งน้ำท่วมและภัยแล้งได้นั้น ตนคิดภาพรวมจีดีพีของทั้งปี 2567 คาดว่าน่าจะได้อยู่ที่ประมาณ 2.6-2.7% ซึ่งถือว่าไม่ได้แย่มากนักและ ถือว่าเราดันเต็มที่ที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว

นายสนั่น กล่าวว่า จริงๆแล้วรัฐบาลก็ได้มีการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วเช่นการแจกหมื่นบาท ซึ่งทางรัฐบาลก็จะต้องดำเนินการผลักดันต่อ และ ทางกกร. เองก็ได้มีการนำเสนอให้รัฐบาล ควรจะใช้ 2 มาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจ ทั้งในเรื่องของ การกระตุ้นการบริโภคจับจ่ายใช้สอยของประชาชน ซึ่งเชื่อว่ากลุ่มคนมีเงินเองก็อยากที่จะออกมาใช้เงินจับจ่ายช่วยกันเช่นกัน ซึ่งก็จะเป็นการเสริมให้จีดีพีสามารถดันไปถึง 2.8% ได้และอีกมาตรการคือ มาตรการของรัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ ในการขายสินค้าอุปโภคในราคาที่ถูกลง ซึ่งทางผู้ประกอการก็จะนำของมาขาย และเป็นการกระตุ้นผู้บริโภคให้มาซื้อสินค้ามากขึ้นในช่วงเทศกาล ซึ่งถ้าหากรัฐบาลเน้น 2 มาตรการนี้ เชื่อว่าจีดีพีอาจจะสามารถแตะไปถึง 2.8% ได้

Advertisement

นายสนั่น กล่าวว่า ก้าวต่อในปี 2568 รัฐบาลควรจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนทั้งประชากรชาวไทยและชาวต่างประเทศ อย่างต่อเนื่อง และถึงแม้ว่า มีกระแสต่อต้านสินค้าจากประเทศจีนต่างๆ ดังนั้นเพื่อการรักษาสมดุลทั้งในภาคธุรกิจการลงทุนต่างๆ ประเทศไทยต้องวางตัวเป็นให้กลางและ ต้องมีเสน่ห์หลายๆเรื่อง และตนคาดหวังว่า อัตราการเติบโตของ จีดีพีในปี 2568 จะโตสูงสุดถึง 3.5-4.0%

นอกจากนี้ นายสนั่น กล่าวว่าที่ผ่านมาทาง กกร. พยายามเสนอรัฐบาลให้ช่วยกลุ่มเปราะบาง และสิ่งที่เป็นเครื่องมือการทำมาหากินทุกวันของกลุ่มเปราะบางส่วนใหญ่คือ รถกระบะ มีประชากรหลายท่านต้องประสบปัญหาทางการเงินและถูกยึดรถกระบะ ดังนั้น ตนดีใจที่ รัฐบาลตอบรับ และ นำสิ่งที่เสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยเป็นข้อเสนอในมาตรการชงยืดหนี้เช่ารถกระบะ 6 เดือนเพื่อ ที่ไม่ให้มีการยึดรถกระบะ ซึ่งก็จะเป็นการช่วยกลุ่มคนเปราะบาง และ ตนอยากเห็นการช่วยเหลือกลุ่มคนเปราะบางให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น ในปี 2568