หน้าแรก เศรษฐกิจ ส.ธนาคารไทย เ...

ส.ธนาคารไทย เผย จีดีพี โตเต็มที่ 2.8% แนะรัฐเน้นปฏิบัติจริง แก้ปัญหาโครงสร้าง-หนี้ครัวเรือน

30.10.24 | 19:09 น.

ส.ธนาคารไทย เผย จีดีพี ประเทศไทยโตเต็มที่ 2.8% แนะรัฐ เน้นปฏิบัติจริงแก้ปัญหาโครงสร้าง-หนี้ครัวเรือน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 ตุลาคม ที่ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ ถนนพญาไท ราชเทวี กรุงเทพฯ สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ จัดงาน สุดยอดผู้นำองค์กร ประจำปี 2567 (CEO ECONMASS Awards 2024) โดยมี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นผู้มอบรางวัลในครั้งนี้  และ ภายในงานมีการเสวนาหัวข้อ “เศรษฐกิจไทย โอกาส และความท้าทายในปี 2568” โดยนายสนั่น อังอุบลกุล  ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, นายผยง ศรีวณิช  ประธานสมาคมธนาคารไทย และ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วม ภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)

นายผยง กล่าวว่า สำหรับภาพรวมจีดีพีประเทศไทย ปี 2567 เต็มที่มากสุดอยู่ที่ 2.8% ซึ่งหากสิ้นปีจะมีลุ้นไปถึง 3 หรือไม่นั้น ส่วนตัวตนว่าก็คงจะยากหน่อย เนื่องด้วยปัจจัยของภัยธรรมชาติที่เข้ามาเป็นอุปสรรคด้วย

นายผยง กล่าวว่า ในด้านของทางการเงิน จริงๆ ก็มีอยู่หลายชั้น และ ทางรัฐบาลได้มีการออกมาตรการอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจไประลอกแรกแล้ว 2 ชิ้นหลัก ทั้งมาตรการแจกเงินหมื่น และ การเร่งจับจ่ายงบประมาณหลังจากที่ผ่านสภามา ซึ่งถ้าหากพูดถึงระบบเศรษฐกิจก็จะต้องพูดถึงความต่อเนื่อง ซึ่งในทุกๆเดือนจะมีการปรับมาตรการไปตามโมเมนตัม แต่สิ่งสำคัญที่รัฐบาลคงยังต้องให้ความสำคัญคือ ปัญหาหนี้ครัวเรือน จริงๆ แล้วสิ่งที่รัฐประกาศมา ทั้งการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนทั้งระยะสั้น กลาง ยาวนั้น ก็ถือว่าต้องขับเคลื่อนต่อเนื่องและตนเชื่อว่าเดี๋ยวทางรัฐบาลคงมีมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน หรือ มาตรการกระตุ้นทางการเงินอีก และตนมีความเชื่อมั่นว่า การผลักดันของกระทรวงการคลังเองก็คงมีการแก้หนี้ครัวเรือน และต้องมีการเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันของคนกลุ่มตัวเล็กๆออกมาเพื่อครอบคลุมเศรษฐกิจฐานราก โดยตนไม่อยากใช้คำว่าตอนนี้ต้อง กระตุ้น แต่ต้องใช้คำว่า กระตุกจะดีกว่า เพื่อหลีกปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ขณะนี้

นายผยง กล่าวว่า ประเทศไทยไม่สามารถฝืนการแข่งขันได้ ทุกองค์กรต้องปรับตัว ขณะเดียวที่ไทยจะได้โอกาสจากการเข้ามาลงทุนของต่างชาติ โดยไทยจะต้องเตรียมพร้อมในเรื่องของการเตรียมคน โครงสร้างพื้นฐาน ที่ผ่านมาสิ่งที่เราจะเห็นคือ การเหนี่ยวรั้งในหลายๆเรื่อง โดยเฉพาะปัญหาเชิงโครงสร้าง และ ต่อไปในปี 2568 รัฐควรให้ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติจริง ที่ผ่านมาถือว่ารัฐบาลมีความมั่นใจในการเสนอนโยบายเศรษฐกิจ ต่างๆ แต่ ความสำคัญมันอยู่ที่การนำมาปฏิบัติแก้ไขตรงจุดจริง และแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอยากให้มองปัญหาครบจบทุกองค์ประกอบ และ การกระตุ้นรายได้เข้าประเทศไทยได้ดีที่สุดและเร็ว คือ การท่องเที่ยวและการบริหาร และ รัฐบาลส่วนมากจะขับเคลื่อนคือ จุดแข็ง ทั้งการผลักดันการท่องเที่ยว บริการ และ ด้านสุขภาพ และ อุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้เร็วที่สุด และ สิ่งที่อยากเห็นในปี 2568 คือ มาตรการการแก้หนี้ครัวเรือนอย่างเป็นระบบชัดเจนยิ่งขึ้น และจะทำอย่างให้สามารถดึงประชาชนเข้าระบบ คำว่าระบบคือการคลัง ไม่ใช่ การเสียภาษี โดยรัฐบาลและสาธารณะ จะต้องมีข้อมูลที่ถูกต้องไปสู่การตัดสินใจและเข้าใจที่ถูกต้อง

Advertisement