อสังหาโอด ยอดขาย ยอดโอนปี’67 ดิ่งยกแผง ประสานเสียงจี้ฟื้นเชื่อมั่น เลิก LTV
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 4 ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด ในการกระตุ้นตลาดอสังหาฯหลัง 9 เดือนแรกยอดขายทั้งตลาดติดลบถึง 31% ยอดโอนติดลบ 8-9% โดยคาดว่าทั้งปีนี้ตลาดติดลบอยู่ที่ 20-25% ส่วนยอดโอนติดลบ 7-8% ซึ่งเป็นผลจากการออกแรงของภาคเอกชน และมาตรการภาคอสังหาฯบางส่วนที่รัฐบาลได้ออกมาทำให้ไตรมาส 4 ติดลบน้อยลง
“ด้วยสภาพตลาดและเศรษฐกิจอยากเห็นความร่วมมือของนโยบายการคลังและนโยบายการเงินเพื่อขับเคลื่อนความเชื่อมั่นในตลาดอสังหาฯให้กลับมาช่วงโค้งสุดท้ายของปีเพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้ไตรมาส 4 ของปีนี้ มีการฟื้นตัวครั้งแรกในรอบ 2 ปีต่อเนื่องถึงปี 2568 ที่เราหวังว่าจะดีขึ้น” นายประเสริฐกล่าว
นายประเสริฐกล่าวว่า มาตรการสำคัญอยากให้ภาครัฐผลักดันคือ ผ่อนคลายมาตรการ LTV ชั่วคราวในช่วงการฟื้นตัวของตลาด สำหรับบ้านหลังที่ 2 และหลังที่ 3 เพื่อประคับประคองตลาดในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ และปีหน้า 2568 ได้
นายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ตลาดอสังหาฯถึงจุดต่ำสุดที่เรียกว่า “ท้องช้าง” แล้ว อยากให้รัฐบาลเทคออฟเศรษฐกิจด้วยการอัดฉีดมาตรการสำคัญคือ ลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ หรือรีเจ็กต์เรตยังสูงถึง 60-70% โดยให้ธนาคารพาณิชย์ผ่อนเกณฑ์สินเชื่อให้เข้าถึงง่ายขึ้น รวมถึงขยายมาตรการกระตุ้นอสังหาฯออกไปอีก เช่น ลดค่าธรรมเนียมโอนและจดจำนอง เหลือ 0.01% และผ่อนคลายมาตรการ LTV บ้านหลังที่ 2-3 เป็นเรื่องจำเป็นของเศรษฐกิจไทย ไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาฟองสบู่ หากผ่อนคลาย 1-2 ปี จะช่วยฟื้นตลาดอสังหาฯได้มาก
“เมื่อตลาดอสังหาฯไม่ดี การก่อสร้างใหม่ก็ไม่เกิดขึ้น กระทบต่อซัพพลายเชนในตลาดอสังหาฯ เช่น รับเหมาก่อสร้าง ธุรกิจขายเฟอร์นิเจอร์ เห็นได้จากยอดการโอนอสังหาฯ ปกติโอนกว่า 2 แสนหน่วยต่อปี ปีนี้ 1.4-1.5 แสน” นายสุนทรกล่าว
ขณะที่ นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า เชื่อว่าธนาคารเอกชนจะทยอยออกมาตรการหลังดอกเบี้ยนโยบายลดลง และเชื่อว่าช่วง 2 เดือนที่เหลือนี้และไตรมาสแรกปี 2568 อสังหาฯจะฟื้น แต่ขึ้นอยู่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคด้วย รวมถึงเสถียรภาพทางการเมืองที่มากระทบบ้าง เพราะคนทั่วไปมองว่าเศรษฐกิจไม่ดี เลยชะลอการซื้อบ้าน จึงอยากเห็นมาตรการกระตุ้นอสังหาฯเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน
ด้าน นายถิรชนม์ ธเนศเดชสุนทร ประธานคณะกรรมการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้มีผู้ประกอบการอสังหาฯร่วมออกบูธกว่า 150 บริษัท นำที่อยู่อาศัยมากกว่า 1,000 โครงการมาจัดโปรโมชั่นการขาย รวมถึงสถาบันการเงินที่ร่วมงานมีจัดสินเชื่อในอัตราพิเศษ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อีกทั้งการที่ กนง.ลดดอกเบี้ย 0.25% จะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นผู้บริโภค และตัดสินใจเร็วขึ้น คาดหวังตลอดการจัดงานวันที่ 31 ตุลาคม ถึงวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ จะมียอดขาย 4,500 ล้านบาท และงานนี้ยังเป็นการเอื้อให้คนไทยมีกำลังซื้อได้ในช่วงปลายปีนี้ และคาดว่าภาคอสังหาฯจะสามารถทำยอดขายสะพัดได้มากถึง 2 หมื่นล้านบาท

