เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้ตัวแทนกระทรวงการคลัง ไปหารือร่วมกับทางสมาคมธนาคารไทย ถึงเรื่องแนวทางการแก้ไขหนี้เสียในกลุ่มรายย่อยโดยเฉพาะ และสินเชื่อรถยนต์ เบื้องต้น คือเพื่อให้หนี้ที่มีอยู่บรรลุวัตถุประสงค์ 2 อย่าง คือ 1.หนี้ได้รับการปรับโครงสร้าง สามารถชำระได้ และ 2.เมื่อสามารถชำระได้แล้ว ก็ให้มีลู่ทางที่สามารถเข้าถึงสินเชื่อเพิ่มเติม
นายพิชัยกล่าวว่า ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุสองวัตถุประสงค์ดังกล่าว กลุ่มลูกหนี้ที่เราจะเลือกเข้าสู่โครงการ คือ ลูกหนี้ที่เพิ่งเริ่มมีปัญหา คือ ที่เพิ่งค้างการชำระหนี้เกิน 30-90 วัน และอาจพิจารณาถึงลูกหนี้ที่ค้างชำระเกิน 90 วัน จนถึงค้าง 1 ปี แม้จะยาวไปหน่อยก็ตาม แต่คิดว่าลูกหนี้กลุ่มนี้ยังสามารถแก้ไขหนี้ได้ ซึ่งกลุ่มนี้จะได้รับการช่วยเหลือใหเแก้หนี้ก่อน โดยมีมูลหนี้ราว 1 ล้านล้านบาท
นายพิชัยกล่าวว่า สำหรับแนวทางการแก้ไขหนี้กลุ่มนี้ คือ 1.ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย เป็นระยะเวลา 3 ปี ส่วนภาระดอกเบี้ยที่ลูกหนี้ไม่ต้องจ่าย จะเอามาจากไหนนั้น คิดว่าทั้งภาครัฐและภาคธนาคารต้องช่วยกัน 2.เมื่อไม่มีภาระดอกเบี้ย 3 ปี ลูกหนี้ที่เข้าโครงการก็จะให้ผ่อนเฉพาะเงินต้น โดยในการผ่อนเงินต้นนั้นให้มีระยะเวลาการผ่อนที่ยาวขึ้น และเบื้องต้นขอให้จ่ายเงินต้นแค่ครึ่งหนึ่งของที่เคยจ่ายในแต่ละงวด
“เท่าที่หารือกับธนาคารพาณิชย์มาก่อนหน้านี้ ก็เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าวเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งหลังจากนี้จะให้ธนาคารพาณิชย์ไปหารือกัน เพื่อหาข้อยุติ อย่างไรก็ดีลูกหนี้เหล่านี้ยังต้องติดเครดิตบูโร ซึ่งหากจะขอกู้เงินใหม่ก็ต้องขึ้นอยู่กับสถานะของลูกหนี้รายนั้นๆ ที่ธนาคารจะเป็นผู้พิจารณาว่าจะปล่อยสินเชื่อหรือไม่ ขณะที่ กลุ่มที่เป็นหนี้เสียส่วนที่ค้างเกิน 1 ปี เอาไว้ก่อน เนื่องจากมองว่าการแก้ไขให้กลับมาชำระหนี้ได้นั้นยาก” นายพิชัยกล่าว
นายพิชัยกล่าวว่า นอกจากนี้ ตนได้เตรียมหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อให้พิจารณาในการผ่อนปรนเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัย หรือแอลทีวี เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินเชื่อมากขึ้นด้วย

