คิดเห็นแชร์ : จับมือเพื่อนบ้าน ยกระดับขนส่งทางราง

2.11.24 | 12:42 น.

วัสดีครับท่านผู้อ่านคอลัมน์คิด เห็น แชร์ และผู้อ่านมติชนทุกท่าน กลับมาพบกันอีกครั้งกับบทบาทหน้าที่ใหม่ในฐานะผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ครับ สำหรับเดือนนี้ขออัพเดตภารกิจต่อเนื่องที่ดำเนินงานมาก่อนหน้านี้ของ รฟท. ในการขยายขีดความสามารถการขนส่งและโดยสารระหว่างประเทศ ตลอดจนความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อผลักดันการขนส่งทางราง เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางรางในภูมิภาคอาเซียนครับ

เมื่อต้นเดือนตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา รฟท.ได้ลงนาม “บันทึกการดำเนินการด้านเทคนิคสำหรับการขนส่งสินค้าทางรถไฟ” กับรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)
โดยมี นายดาวจินดา สีหาราด ผู้ว่าการรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งชาติลาว เป็นผู้ลงนามร่วมกับผม ซึ่งภายในพิธีได้รับเกียรติจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ นายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เป็นประธานในพิธี

สำหรับความเป็นมาการลงนามบันทึกการดำเนินการด้านเทคนิคสำหรับการขนส่งสินค้าทางรถไฟ (Technical Arrangement on Rail Freight Transportation : TARF) ฉบับใหม่นี้ เพื่อกำหนดข้อปฏิบัติในการเดินรถไฟร่วมกันระหว่างไทย-ลาว เพิ่มเติมจากความตกลงเดิมที่เคยมีร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นความตกลงว่าด้วยการเดินรถไฟร่วมกันระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมื่อเดือนมีนาคม 2552, การดำเนินการด้านเทคนิคสำหรับการขนส่งสินค้า เมื่อเดือนพฤษภาคม 2561 เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินขบวนรถ
สินค้าระหว่างไทย-ลาว, การประชุมร่วมกันเกี่ยวกับการแก้ไข MoU/Technical Arrangement (ด้านโดยสารและสินค้า) เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2566 ณ จังหวัดหนองคาย ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้เปลี่ยนรูปแบบการทำ MoU ของเดิม โดยจัดทำเป็น Technical Arrangement ด้านการเดินรถโดยสาร เพื่อใช้รูปแบบเดียวกันกับ Technical Arrangement ด้านการเดินรถสินค้า และแก้ไขเนื้อหาของ Technical Arrangement ด้านการเดินรถสินค้าและโดยสารให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงชื่อองค์กร และแผนการเดินรถในปัจจุบัน เช่น การจัดเดินขบวนรถ การแบ่งส่วนแบ่งรายได้ เป็นต้น

หลังจากพิธีลงนาม “บันทึกการดำเนินการด้านเทคนิคสำหรับการขนส่งสินค้าทางรถไฟ” แล้ว ในวันที่ 18 ตุลาคม 2567 รฟท.ได้เชิญนายดาวจินดา สีหาราด ผู้ว่าการรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งชาติลาว และคณะ
มาร่วมหารือความคืบหน้าในการขยายขีดความสามารถการขนส่งและโดยสารทางรถไฟข้ามแดนไทย-ลาว เพื่อให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น และเกิดความร่วมมือสนับสนุนการดำเนินงานทุกด้านร่วมกัน เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งทางรางได้อย่างไร้รอยต่อ 

Advertisement

ทั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะได้ร่วมกันบริหารจัดการขบวนรถสินค้าระหว่างประเทศให้ถึงเป้าหมายไป-กลับ 14 ขบวนต่อวัน เพื่อรองรับความต้องการและเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งทางราง รวมถึงการใช้ประโยชน์สะพานมิตรภาพไทย-ลาว และจะพิจารณาแผนเพิ่มจำนวนการขนส่งให้มากขึ้นในอนาคต 

โดยในรายละเอียด รฟท.จะพิจารณาเพิ่มตู้โดยสาร รถนั่ง/นอนปรับอากาศ จำนวน 1 ตู้ พ่วงไปกับขบวนรถเร็วที่ 133/134 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-เวียงจันทน์
(คำสะหวาด)-สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตั้งแต่เปิดให้บริการจนถึงปัจจุบัน มีจำนวนผู้ใช้บริการกว่า 13,000 คน 

นอกจากนี้ รฟท.จะกำลังพิจารณามอบแคร่ที่ปลดระวางให้กับลาว เพื่อนำไปปรับปรุงและใช้ศึกษาในการขนส่งสินค้าระหว่างสถานีท่านาแล้งถึงสถานีหนองคายด้วย 

กิจกรรมเหล่านี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ ที่จะช่วยสนับสนุนการพัฒนาเครือข่ายระบบขนส่งทางรางในภูมิภาคอาเซียน

ความร่วมมือระหว่างประเทศ ถือเป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่ง รฟท.ยินดีที่จะสนับสนุนการดำเนินงานในด้านต่างๆ ร่วมกับเพื่อนบ้านเพื่อช่วยเสริมศักยภาพโครงข่ายคมนาคมทางรางให้ประเทศไทยก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางรางในภูมิภาคอาเซียน ก่อให้เกิดรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจระหว่างประเทศใน
ภูมิภาคนี้ให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นในอนาคตครับ

 ดร.วีริศ อัมระปาล 

ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย