หน้าแรก เศรษฐกิจ ไทยเบฟ สปีดธุ...

ไทยเบฟ สปีดธุรกิจอาหาร เร่งผุด 1,200 สาขา ทุ่ม 400 ล้าน ส่ง 16 แบรนด์ปักหมุด’วัน แบงค็อก’

2.11.24 | 12:25 น.

ไทยเบฟ สปีดธุรกิจอาหาร เร่งผุด 1,200 สาขา ทุ่ม 400 ล้าน ส่ง 16 แบรนด์ปักหมุด ’วัน แบงค็อก’

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน นายโสภณ ราชรักษา ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดกลุ่มงานทรัพยากรบุคคลและสมรรถนะองค์กร ผู้บริหารสูงสุดสายธุรกิจอาหารประเทศไทย และผู้บริหารสูงสุดสายธุรกิจโลจิสติกส์ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมของธุรกิจอาหารในประเทศไทยอยู่ในช่วงท้าทาย ทั้งเรื่องต้นทุนและค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท รวมถึงความท้าทายด้านเศรษฐกิจที่อาจจะยังไม่ค่อยฟื้นตัวดี เนื่องจากกำลังซื้อยังไม่ค่อยดีมาก หากต้นทุนปรับเพิ่มขึ้นจากค่าแรง 8-9% ทำให้บริษัทต้องหากลยุทธ์ และปรับตัว รับกับความท้าทายในปีหน้า

นายโสภณกล่าวว่า โดยในไตรมาส 4 ปี 2567 ได้ลงทุน 400 ล้านบาท เปิดร้านอาหาร 16 ร้าน ในโครงการ วัน แบงค็อก ทำให้สิ้นปี 2567 นี้ จะมีร้านอาหารทั้งหมด 819 ร้าน และมีรายได้ประมาณ 19,000-20,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าในปี 2573 จะเพิ่มเป็น 1,200 สาขา และมีรายได้ประมาณ 28,000 ล้านบาท

“เราเข้าไปเปิดร้านอาหารที่วัน แบงค็อก รูปแบบเป็น 1 ร้าน 1 แบรนด์ โดยจะใช้พลังของฟู้ดกรุ๊ปที่อยู่ในพอร์ตเกือบทุกแบรนด์ของเราเข้าไป โดยวงเงิน 400 ล้านบาท เป็นแค่การลงทุนเบื้องต้น ยังมีบางร้านเข้าไปเพิ่มและต้องลงทุนเข้าไปเพิ่มเติมอีก” นายโสภณกล่าว

นายโสภณกล่าวว่า สำหรับแผนปี 2568 กลุ่มธุรกิจอาหารจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1,300 ล้านบาท สำหรับเปิดร้านเพิ่มกว่า 600 ล้านบาท และกว่า 200 ล้านบาทสำหรับปรับปรุงร้านใหม่ โดยเน้นที่แบรนด์เคเอฟซี และโออิชิ เป็นหลัก เนื่องจากมีอัตราการเติบโตค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตามการขยายสาขาในปีหน้าอาจจะมีบางทำเลที่ต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัยในบางทำเลที่เปลี่ยนไป เช่น ลดขนาดพื้นที่หรืออาจต้องปิด โดยในปี 2568 ตั้งเป้าจะมีร้านอาหารทั้งหมด 888 สาขา

Advertisement

นายโสภณกล่าวว่า นอกจากนี้จะเร่งขยายตลาดอาหารพร้อมทาน หรือ Ready to Eat มากขึ้น หลังตลาดนี้เติบโตมากตั้งแต่ช่วงโควิด มีมูลค่าตลาดรวมถึง 30,000-40,000 ล้านบาทในปัจจุบัน โดยไทยเบฟมีสินค้าแบรนด์ “โออิชิ” ทำตลาดอยู่แล้ว ทั้งแซนด์วิช เกี๊ยวซ่า อาหารจานเดียวสไตล์ญี่ปุ่น แต่ยังมีสัดส่วนที่น้อยมาก โดยตั้งเป้าจะขยายโอกาสทางธุรกิจทั้งในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศ ถือว่าเป็นโกลบอลเทรนด์ รวมถึงขยายกลุ่มอาหารฮาลาลด้วย