พณ. เผย ธุรกิจแพลตฟอร์ม ทำรายได้แซงกลุ่มซอฟต์แวร์ สิงคโปร์ลงทุนเกือบ 2.9 พันล้าน
เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้ทำการวิเคราะห์ธุรกิจที่มีความโดดเด่นและเป็นปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจประเทศให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง พบว่า ธุรกิจใช้บริการแพลตฟอร์ม และซอฟต์แวร์ เป็นช่องทางเชื่อมต่อผู้ซื้อ-ผู้ขาย บนโลกออนไลน์ได้มากขึ้น ยังเพิ่มโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคและพันธมิตรทางธุรกิจ จุดเริ่มต่อยอดสู้ธุรกิจรายใหญ่ รวมถึงช่วยลดต้นทุนในการประกอบธุรกิจ ทำให้เอสเอ็มอีใช้มากขึ้น
ส่งผลให้ธุรกิจแพลตฟอร์มและซอฟต์แวร์ มีการเติบโตต่อเนื่อง และธุรกิจต่างชาติเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดในประเทศไทยอย่างคึกคัก สอดคล้องกับจำนวนการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งจำนวนการจัดตั้งและมูลค่าทุนจดทะเบียนอยู่ในอัตราที่สูง
โดยปี 2562 จดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ 976 ราย ทุนจดทะเบียน 2,159.23 ล้านบาท ปี 2563 จัดตั้ง 1,074 ราย หรือเพิ่มขึ้น 98 ราย หรือเพิ่ม 10.04% ทุน 2,333.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 174.58 ล้านบาท หรือเพิ่ม 8.09% เทียบปีก่อนหน้า ปี 2564 จัดตั้ง 1,551 ราย เพิ่มขึ้น 477 ราย หรือ 44.42% ทุน 2,952.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 618.99 ล้านบาท หรือ 26.53%
ปี 2565 จัดตั้ง 1,162 ราย ลดลง 389 ราย หรือ 25.08% ทุน 2,857.57 ล้านบาท ลดลง 95.23 ล้านบาท หรือ 3.23% ปี 2566 จัดตั้ง 1,111 ราย ลดลง 51 ราย หรือ 4.39% ทุน 2,480.82 ล้านบาท ลดลง 376.75 ล้านบาท หรือ 13.19%
สำหรับ ปี 2567 ช่วง 9 เดือนแรก จัดตั้ง 913 ราย ทุน 1,693.81 ล้านบาท
ทำให้ ปัจจุบันธุรกิจแพลตฟอร์มและซอฟต์แวร์ ดำเนินกิจการอยู่ 10,069 ราย แยกเป็นแพลตฟอร์ม 1,760 ราย และซอฟต์แวร์ 8,309 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 390,663.69 ล้านบาท แยกเป็นแพลตฟอร์ม 47,560.44 ล้านบาท ซอฟต์แวร์ 343,103.25 ล้านบาท
ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ กรุงเทพฯ 5,532 ราย สัดส่วน 54.94% ตามด้วย ภาคกลาง 2,018 ราย 20.05% ภาคใต้ 774 ราย 7.69% ภาคเหนือ 633 ราย 6.29% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 525 ราย 5.21% ภาคตะวันออก 476 ราย 4.72% และภาคตะวันตก 111 ราย 1.10 % โดยเป็นธุรกิจขนาดเล็ก (S) 9,756 ราย (96.89%) ทุน 332,430.80 ล้านบาท (85.09%) ขนาดกลาง (M) 252 ราย (2.50%) ทุน 31,571.93 ล้านบาท (8.08%) และขนาดใหญ่ (L) 61 ราย (0.61%) ทุน 26,687.96 ล้านบาท (6.83%)
ภาพรวมของผลประกอบการในธุรกิจแพลตฟอร์มและซอฟต์แวร์ 3 ปีย้อนหลัง ทำรายได้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปี 2564 รายได้รวม 74,821.35 ล้านบาท ปี 2565 รายได้รวม 94,778.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19,957.04 ล้านบาท หรือ 26.68% จากปีก่อนหน้า ปี 2566 รายได้รวม 132,650.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37,872.39 ล้านบาท หรือ 39.96% โดยปี 2566 กลุ่มแพลตฟอร์มสามารถทำรายได้สูงกว่ากลุ่มซอฟต์แวร์ 24,075.16 ล้านบาท หรือ 44.35% รายได้กลุ่มแพลตฟอร์ม 78,362.97 ล้านบาท รายได้กลุ่มซอฟต์แวร์ 54,287.81 ล้านบาท ซึ่งปี 2566 เป็นปีแรกที่กลุ่มแพลตฟอร์มมีรายได้มากกว่ากลุ่มซอฟต์แวร์
ในส่วนของ นักลงทุนชาวต่างชาติ ได้เข้ามาลงทุนในธุรกิจแพลตฟอร์มและซอฟต์แวร์ของประเทศไทยด้วยเช่นเดียวกัน โดยสัดส่วนการลงทุนของนักธุรกิจชาวไทยมีมูลค่า 362,266.43 ล้านบาท คิดเป็น 92.73% แยกเป็นกลุ่มแพลตฟอร์ม 35,839.00 ล้านบาท กลุ่มซอฟต์แวร์ 326,427.43 ล้านบาท การลงทุนของชาวต่างชาติมีมูลค่า 28,397.26 ล้านบาท คิดเป็น 7.27% แยกเป็นกลุ่มแพลตฟอร์ม 11,721.44 ล้านบาท กลุ่มซอฟต์แวร์ 16,675.82 ล้านบาท
โดยต่างชาติที่มาลงทุนมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ สิงคโปร์ ลงทุน 9,814.28 ล้านบาท ไต้หวัน 5,953.63 ล้านบาท และมาเลเซีย 2,237.63 ล้านบาท
ตัวอย่างธุรกิจในกลุ่มแพลตฟอร์มที่ชาวต่างชาติลงทุนสูงในประเทศไทย ได้แก่ สิงคโปร์ ลงทุนในธุรกิจศูนย์บริการข้อมูลและให้บริการเช่าพื้นที่สำหรับวางเซิร์ฟเวอร์ มูลค่ากว่า 2,897.37 ล้านบาท และ มาเลเซีย ลงทุนในธุรกิจตลาดกลางสำหรับการซื้อขายสินค้าผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) มูลค่า 687.21 ล้านบาท
ขณะที่ ธุรกิจในกลุ่มซอฟต์แวร์ ที่ชาวต่างชาติลงทุนสูงในประเทศไทย ได้แก่ ไต้หวัน ลงทุนในธุรกิจผลิตซอฟต์แวร์ด้านการใช้บริการในยานยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ มูลค่า 5,559.39 ล้านบาท มาเลเซีย ลงทุนในธุรกิจให้บริการซอฟต์แวร์สำหรับบุคคลทั่วไปในด้านขนส่งและโลจิสติกส์ มูลค่า 1,213.88 ล้านบาท และ สิงคโปร์ ลงทุนในธุรกิจบริการออกแบบและพัฒนาซอฟต์แวร์ รวมทั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์เฉพาะด้านทุกชนิด
ธุรกิจแพลตฟอร์ม จะมีรายได้จากการเก็บค่าธรรมเนียม ค่าสมาชิก ค่าโฆษณา หรือค่าบริการต่างๆ ทำให้การมีจำนวนผู้เข้าใช้แพลตฟอร์มจำนวนมากและสม่ำเสมอเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น การออกแบบแพลตฟอร์มให้ใช้งานง่ายตอบโจทย์ความต้องการตามวัตถุประสงค์ของแพลตฟอร์ม การจัดโปรโมชั่น หรือกิจกรรมต่างๆ จะช่วยดึงดูดใจให้ผู้ใช้งานกลับมาใช้บริการผ่านแพลตฟอร์มซ้ำ รวมทั้ง การจัดการบริการที่เกี่ยวเนื่องกับแพลตฟอร์ม การดูแลรักษาความปลอดภัยข้อมูลของผู้ใช้บริการจะเป็นปัจจัยที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแพลตฟอร์ม
ธุรกิจซอฟต์แวร์ นอกจากความต้องการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปแล้ว ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันธุรกิจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ ตั้งแต่กระบวนการผลิตที่ต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ด้านการขายก็ต้องใช้ระบบการค้าอิเล็กทรอนิกส์ และระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้ง บริการหลังการขายและจัดการข้อมูลลูกค้าที่ต้องใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้ทราบถึงความต้องการของลูกค้าที่แท้จริง ซึ่งที่กล่าวมาล้วนเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงาน ได้แก่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สมาคมการค้าสตาร์ตอัพไทย และบริษัท บิซิเนส ออนไลน์ จำกัด (มหาชน) หรือ BOL เปิดแพลตฟอร์มดิจิทัลที่รวบรวมเครื่องมือหลายๆ ด้าน ในการบริหารจัดการและการดำเนินธุรกิจไว้ในที่เดียว เพื่อให้ง่ายและสะดวกต่อการใช้งาน รวมถึงช่วยลดต้นทุนในการประกอบธุรกิจ เบื้องต้นมีผู้ให้บริการ 7 ราย ภายใต้ 4 หมวดหมู่ นำเสนอสิทธิพิเศษแก่ผู้ใช้บริการ

