‘เอกนัฏ’ ขับเคลื่อนอุตฯใหม่-ดูแลปชช. กางแผนปีงบ 68 คลอด 512 มาตรฐาน

5.11.24 | 13:31 น.

ส่อง 3 นโยบายสำคัญที่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย หลังเข้ารับตำแหน่ง

ประกอบด้วย 1.การกำจัดขยะมลพิษที่ทำร้ายชีวิตประชาชนหลายที่หลายจุด 2.เดินหน้าปกป้องอุตสาหกรรม จากพฤติกรรมการบิดเบือนตลาด การทุ่มตลาด เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งเซฟอุตสาหกรรมไทย ต้องช่วยธุรกิจขนาดเล็ก ให้ทำมาค้าขายด้วยระบบโปร่งใส และ 3.การพัฒนาอุตสาหกรรมให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจยุคใหม่ให้เติมเต็มห่วงโซ่อุตสาหกรรมในปัจจุบัน เพื่อให้อุตสาหกรรมเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ล่าสุด 2 ใน 3 นโยบายกำลังเดินหน้าอย่างเข้มข้น เพราะนายเอกนัฏได้เร่งรัดให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กำหนดมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม

โดยเฉพาะมาตรฐานในกลุ่มอุตสาหกรรม S-curve และ New S-curve เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมดิจิทัล หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม การเกษตรและเทคโนโลยี และอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร เป็นต้น

หวังเพิ่มขีดความสามารถและสร้างความเท่าเทียมในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ จำเป็นต้องพัฒนาสินค้าและบริการให้มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค และเพิ่มโอกาสในการจำหน่ายสินค้าในเวทีการค้าโลก

Advertisement

นอกจากนี้ ยังเร่งรัดให้ สมอ.ยกระดับการคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ประชาชน โดยการควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 144 รายการ ครอบคลุมสินค้า 308 ผลิตภัณฑ์ ที่ผู้ประกอบการทั้งทำ นำเข้า และจำหน่าย จะต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน รวมทั้งเพิ่มความถี่และความเข้มงวดในการตรวจควบคุมสินค้าที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดและทางออนไลน์ หากพบการกระทำความผิดให้ดำเนินการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด

ปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) หรือบอร์ด สมอ. ที่มี นายบรรจง สุกรีฑา รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน มีมติเห็นชอบแผนการกำหนดมาตรฐาน ประจำปี 2568 ตามที่ สมอ.ขออนุมัติเป็นครั้งแรก จำนวน 512 มาตรฐาน

แบ่งเป็นมาตรฐานกลุ่ม S-Curve จำนวน 125 มาตรฐาน ได้แก่ การเกษตรและเทคโนโลยี 65 มาตรฐาน อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร 58 มาตรฐาน เชื้อเพลิงชีวภาพ 2 มาตรฐาน

กลุ่ม New S-Curve จำนวน 94 มาตรฐาน ได้แก่ ยานยนต์สมัยใหม่ 62 มาตรฐาน อุตสาหกรรมดิจิทัล 16 มาตรฐาน หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม 16 มาตรฐาน และกลุ่มส่งเสริมผู้ประกอบการ จำนวน 293 มาตรฐาน

นอกจากนี้ ยังเห็นชอบมาตรฐานอีกจำนวน 68 มาตรฐาน เช่น มาตรฐานหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม ยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร เคมี และไฟฟ้าส่องสว่าง เป็นต้น

ต่อเรื่องนี้ นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ระบุว่า ในปี 2567 ที่ผ่านมา สมอ.ได้ขออนุมัติบอร์ดจัดทำมาตรฐานทั้งสิ้น 1,685 มาตรฐาน ดำเนินการแล้วเสร็จ จำนวน 1,495 มาตรฐาน

แบ่งเป็นมาตรฐานกลุ่มนโยบายที่รัฐส่งเสริม 64 มาตรฐาน กลุ่ม S-Curve 389 มาตรฐาน กลุ่ม New S-Curve 261 มาตรฐาน กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญ 153 มาตรฐาน และกลุ่มส่งเสริมผู้ประกอบการ 628 มาตรฐาน ยังคงเหลืออีก 190 มาตรฐานที่อยู่ระหว่างดำเนินการ

สำหรับแผนการกำหนดมาตรฐาน ประจำปี 2568 ที่บอร์ดเห็นชอบในครั้งนี้ เป็นการขออนุมัติในครั้งแรก ซึ่งจะมีการขออนุมัติเพิ่มเติมอีกในการประชุมครั้งต่อๆ ไป เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และการคุ้มครองประชาชน

โดยในจำนวน 512 มาตรฐานนี้ เป็นมาตรฐานที่ สมอ.ดำเนินการ จำนวน 457 มาตรฐาน และมาตรฐานที่จัดทำโดย SDOs หรือองค์กรกำหนดมาตรฐานของ สมอ. เช่น กรมวิทยาศาสตร์บริการ สถาบันยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน

อีกจำนวน 55 มาตรฐาน เช่น กล่องเก็บสายสัญญาณ แผ่นยางรองรางสำหรับรถไฟความเร็วสูง ท่อลงน้ำมันสำหรับรถบรรทุก โรลเลอร์สำหรับนวดและบริหารกล้ามเนื้อ โฟมดูดซับน้ำมัน รองเท้าบู๊ตยางพารา ยางกั้นล้อ แผ่นยางป้องกันการพังทลายของตลิ่ง หมวกนิรภัยยางพารา เสาหลักนำทางจากยางพารา

รวมทั้งยางหุ้มกำแพงคอนกรีตจากยางพารา กรวยยางธรรมชาติอุดรูระเบิดสำหรับการระเบิดทางวิศวกรรม ชุดตรวจสอบสิ่งปนเปื้อนในอาหารฮาลาล ดวงโคมไฟฟ้าแอลอีดีพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับให้แสงสว่างบนถนน และถ่านชีวภาพเพื่อการเกษตร เป็นต้น

สำหรับข้อมูลมาตรฐาน มอก. ในปีงบประมาณ 2567 สมอ. ได้ขออนุมัติบอร์ดคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) จัดทำมาตรฐานทั้งสิ้น 1,685 มาตรฐาน ดำเนินการแล้วเสร็จ จำนวน 1,495 มาตรฐาน คงเหลืออีก 190 มาตรฐาน

มาตรฐานที่ดำเนินการแล้วเสร็จ จำนวน 1,495 มาตรฐาน แบ่งเป็น 1.มาตรฐานกลุ่มนโยบายที่รัฐส่งเสริม 64 มาตรฐาน (นวัตกรรม 53 เรื่อง, สมุนไพร 11 เรื่อง)

2.กลุ่ม S-Curve 389 มาตรฐาน (ยานยนต์สมัยใหม่ 148 เรื่อง, แปรรูปอาหาร 109 เรื่อง, การเกษตร 78 เรื่อง, อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ 54 เรื่อง)

3.กลุ่ม New S-Curve 261 มาตรฐาน (ดิจิทัลและหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม 147 เรื่อง, การแพทย์ครบวงจร 79 เรื่อง, การบินและโลจิสติกส์ 35 เรื่อง)

4.กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญที่ขับเคลื่อนประเทศ 153 มาตรฐาน

(เคมีภัณฑ์ 60 เรื่อง, เครื่องใช้ไฟฟ้า 22 เรื่อง, ยานยนต์และชิ้นส่วน 27 เรื่อง, ยางและพลาสติก 44 เรื่อง)

5.กลุ่มส่งเสริมผู้ประกอบการ 628 มาตรฐาน (วัสดุก่อสร้าง ไฟฟ้ากำลังและสายไฟฟ้า ไฟฟ้าส่องสว่าง ภาชนะรับความดันโภคภัณฑ์ เครื่องจักรกลเกษตร พลังงานทดแทน เครื่องสำอาง การสื่อสารและโทรคมนาคม)

“จากเป้าปีงบ 2567 ยังเหลืออีก 190 มาตรฐานที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ส่วนแผนปีนี้ เป็นการขออนุมัติในครั้งแรก จะมีอนุมัติเพิ่มอีก ตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และคุ้มครองประชาชนอย่างเข้มข้น” นายวันชัยเน้นย้ำ