หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกชนหนุนเจรจ...

เอกชนหนุนเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ใช้ 4 ยุทธศาสตร์ ข้ามประเด็นการเมือง

6.11.24 | 18:04 น.

อิศเรศ รองประธานส.อ.ท. หนุนเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ใช้ 4 ยุทธศาสตร์ ข้ามประเด็นการเมือง


นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยในงานสัมมนา พลังงานราคาถูก…ทางรอดเศรษฐกิจไทย ว่า ในฐานะตัวแทนภาคอุตสาหกรรม ที่มีทั้งผู้ผลิตพลังงาน ทั้งพลังงานพลังงานฟอสซิล พลังงานพลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน ตลอดจนผู้ใช้พลังงาน รวมถึงสถาบันหน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม มีข้อเสนอแบบแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan : ENP) ที่จะสะท้อนภาพพลังงานราคาถูก เป็นทางรอดของเศรษฐกิจไทย ดังนี้

1. เรื่องไฟฟ้า เป็นเรื่องใกล้ตัวมากที่สุด PDP (Power Development Plan) ต้องเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ EGAT เพื่อปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้า ต้องมองถึงต้นทุนและการบริหารที่เหมาะสม ถัดมาคือการทบทวนการสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มเติม ควบคู่กับการเร่งเปิดระบบการใช้ TPA และขอคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าของภาคธุรกิจชั้นดีกว่า 53,000 ล้านบาท

2. พลังงานทางเลือก AEDP (Altenative Energy Development Plan) ควรทำก่อน PDP และต้องใช้ให้เต็มประสิทธิภาพ และเปิดนโยบาย เกี่ยวกับพลังงานสะอาดและให้ผู้คนเข้าถึงได้มากขึ้นโดยมีราคาที่คงที่ไม่ผันแปรตามราคาของพลังงานพลังงานฟอสซิล เช่น นิวเคลียร์ ไฮโดรเจน พลังงานจากเขื่อน

Advertisement

3. EEP (Energy Effciency Plan) ผลักดันการอนุรักษ์พลังงานพลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในทุกภาคส่วนโดยเฉพาะ SMEs

4. Oil Plan ส่งเสริมอุตสาหกรรมการเกษตร เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต ลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้าจากต่างประเทศ ถือเป็นภาระสำคัญที่จะทำให้เกิดความยั่งยืนในภาคการเกษตร โดยเฉพาะ 1.2 ล้านครัวเรือนที่ทำมันสำปะหลังและอ้อย และควรส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นฮับเอทานอล โดยจะช่วยสร้างการลงทุนไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรของไทย

5. Gas Plan ในข้อนี้คือการมุ่งไปสู่ OCA โดยเรื่อง OCA มีความเชื่อและความหวังที่จะเกิดขึ้นได้จริง เพราะการเดินหน้าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับ 2 ประเทศ ทั้งไทยและกัมพูชา ซึ่งต่างมีเรื่องวิกฤตพลังงาน โดยในพื้นที่อ่าวไทยมีท่อก๊าซและโรงแยกก๊าซอยู่ที่มาบตาพุต และการร่วมมือกับกัมพูชาสามารถดึงพลังงงานมาใช้ได้เร็วกว่าที่คิด อีกทั้งยังมีต้นทุนที่ถูกกว่าการนำเข้าอย่างแน่นอน

“ผมคิดว่าวันนี้เรื่อง OCA ไม่ควรจะเป็นประเด็นทางการเมือง ควรเป็นเรื่อง Fact และ Data โดยการให้สัมภาษณ์จากอดีตรัฐมนตรีพลังงาน รัฐมนตรีต่างประเทศ หรือหลายคนมองว่า OCA ควรเดินหน้า ภายใต้กรอบ MOU 44 แต่เรื่อเรื่องสัมปทานจะต้องมีความโปร่งใส Clean และ Lean”นายอิศเรศกล่าว

นายยอิศเรศ กล่าวว่า กรณีนี้อยากเห็นความแข็งแกร่งของอาเซียน การเปลี่ยนมุมมองสำหรับคนที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงสำหรับการเจรจาเรื่อง OCA จะต้องมอง key success อยู่ 4 เรื่อง ที่จะแปลงมาเป็นยุทธศาสตร์ของประเทศเพื่อทำให้ OCA เกิดขึ้นจริงมากที่สุด ทรัพยากรใต้ทะเลจะมีอยู่มากน้อยแค่ไหนจะเป็นอีกหนึ่งเรื่องหนึ่งซึ่งคนที่เคยสำรวจระบุว่ามีแน่นอน

โดยยุทธศาสตร์ 4 เรื่อง คือ
1.ความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ประเทศไทยต้องมี
2.ทีมเจรจา จะต้องมีความต่อเนื่องไม่ว่าจะมาจากกระทรวงการต่างประเทศ ทหารเรือ หรือกระทรวง หน่วยงานไหนก็ตาม ต้องเป็นทีมที่มีความเชี่ยวชาญ
3.ความกล้าหาญของภาคการเมือง
4.ความเป็นหนึ่งเดียวของทุกภาคส่วน

อย่างไรก็ตาม ชัดเจนอยู่แล้วว่าเกาะกูดไม่เกี่ยวข้องกับ OCA เพราะสนธิสัญญาระบุไว้อย่างชัดเจนว่าเกาะกูดเป็นของคนไทย ถัดมาคือควรเดินหน้าตามกรอบ MOU 44 อย่ารื้อใหม่ โดยพื้นที่กว่า 1 หมื่นตารางเมตรที่อยู่ใน OCA มีหลักเกณฑ์สากลระบุไว้อยู่แล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นของใคร และอยากย้ำให้เกิดการพัฒนาอย่างโปร่งใส และควรตั้งทีมเจรจาโดยผู้นำที่มีบารมี และสุดท้ายคือทีมสื่อสารที่สามารถโฟกัสไปยังกลุ่มคนที่มองเห็นต่างมุม เพื่อให้เกิดการรับฟังซึ่งกันและกัน

“ในวันนี้ผมคิดว่าเมืองไทยเราบอบช้ำเพียงพอแล้ว จากหลายเรื่องที่ผ่านมา ทั้งเศรษฐกิจในประเทศและอิทธิพลจากต่างประเทศยักษ์ใหญ่ ผมอยากเห็นประเทศไทยมีความสามัคคี ผมจะสวมหวก 2 ใบ คือทำหน้าที่ในตำแหน่ง และหมวกประชาชนทั่วไปที่คอยจับตามอง พร้อมส่งกำลังใจให้ทุนคนที่ทำหน้าที่ให้ประเทศไทยมีเวทีได้ยืน รวมถึงสร้างความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียน”นายอิศเรศกล่าวตอนท้าย