นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ร่วมกับ 60 ภาคีทั้งภาครัฐ ธนาคารรัฐ และเอกชน ในการขับเคลื่อนร้านค้าและตลาดประชารัฐต้นแบบ เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง ภายใต้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ(กทบ.) ที่เมืองทองธานี ว่า รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาทสนับสนุนเงินทุนให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจำนวน 7.95 หมื่นกองทุน วงเงินไม่เกินกองทุนละ 5 แสนบาท เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในหมู่บ้านและชุมชน และดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ในการส่งเสริมศักยภาพในการประกอบอาชีพและความเป็นอยู่ในอยู่บ้านและชุมชนดีขึ้น
โครงการนี้เพื่อแก้2 ปัญหาใหญ่ของประเทศขณะนี้ คือ ความสามารถการแข่งขันของประเทศ มีความได้เปรียบเริ่มลดลง อีกปัญหาคือความยากจนของคนไทยยังมีอยู่ เกิดจากความไม่เท่าเทียมในการกระจายรายได้ จึงจำเป็นต้องขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากผ่านชุมชนเหล่านี้ ซึ่งการใช้มาตรการจำนำข้าวหรือประกันรายได้จะส่งผลระยะสั้นเท่านั้น
ทั้งนี้ในแผนจะเน้นสร้างความเข้มแข็งชุมชน เพื่อลดปัญหาส่งออกลดลง มีการเชื่อมการท่องเที่ยวในการเพิ่มรายได้ชุมชน มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) หารูปแบบมาตรการจูงใจเอกชนขอไทยลงทุนเปิดร้านขายสินค้าเกษตรที่ต่างประเทศ ล่าสุดคือการจัดตั้งหลักสูตรสัมมาชีพประชารัฐ โดยจะมีการอบรมให้เป็นผู้ประกอบการ 4.0 ให้กับชุมชน ผ่านผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่จะต้องทำการค้าได้ผ่านอี-คอมเมิร์ซ คิดผลิตสินค้ามีดีไซน์ได้ หลักสูตรใหม่จะเริ่มภายในเดือนพ.ค.นี้ และจะเห็นผลภายใน 5 ปีข้างหน้า
“ปีครึ่งที่ผ่านมา รัฐบาลใช้เงินกว่า 9 แสนล้านบาท ผ่านวงเงินสินเชื่อ 7 แสนกว่าล้าน และงบประมาณอีกเกือบ 3 แสนล้านบาท ช่วยเหลือเกษตรกรจากภัยแล้ง และสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก รวมทั้งอัดฉีดเม็ดเงินให้กองทุนหมู่บ้านไปแล้ว 3 รอบ และยังมีการจดทะเบียนคนจน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในอนาคตในการช่วยเหลือให้ได้ขึ้นรถเมล์ราคาถูก ซื้อแก๊สหุงต้มราคาถูก และค่าน้ำค่าไฟราคาถูก ได้รับบริการทางการแพทย์ที่ดี มีใครที่คิดจะทำเหมือนรัฐบาลชุดนี้บ้าง เมื่อประชาชนเข้มแข็ง ชุมชนเข้มแข็ง การเมืองก็เข้มแข็ง ” นายสมคิด กล่าว

