อพท. เดินหน้าปั้นพื้นที่ท่องเที่ยวยั่งยืน ปักธงปี 68 เพิ่ม 20 ชุมชนดันกระจายรายได้เพิ่ม
นาวาอากาศเอกอธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2567 ที่ผ่านมา อพท. ได้ขับเคลื่อนโครงการภายใต้แผนยุทธศาสตร์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ระยะ 5 ปี (2566 – 2570) ของพื้นที่พิเศษ 6 แห่ง ร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ 12 หน่วยงาน ได้กว่า 54 โครงการ (คิดเป็น 21.18% จากของโครงการทั้งหมด 255 โครงการ) ซึ่งใช้งบประมาณดำเนินโครงการกว่า 160 ล้านบาท โดยปีงบ 2568 อพท. เดินหน้าพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวต้นแบบตามเกณฑ์การท่องเที่ยวยั่งยืนโลกเข้าชิงรางวัลแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนโลก เพื่อเพิ่มและกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนท้องถิ่น วางเป้าหมาย 20 ชุมชน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 3%

นาวาอากาศเอกอธิคุณ กล่าวว่า เฉพาะปี 2567 อพท. สามารถผลักดัน 4 แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษให้ได้รับการจัดลำดับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน 100 แห่งของโลก หรือ Green Destinations Top 100 Stories 2024 ได้แก่ 1.เวียงภูเพียงแช่แห้ง จังหวัดน่าน ยกระดับงานประเพณีท้องถิ่น “เทศกาลหกเป็ง” สู่เทศกาลที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว 2.เมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ฟื้นฟูแหล่งเสื่อมโทรมเมืองโบราณอู่ทอง ด้วยพลังศรัทธาภาคประชาสังคม สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน 3.เมืองเก่าสงขลา จังหวัดสงขลา การฟื้นคืนเมืองเก่าสงขลาให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง และ 4.เชียงคาน จังหวัดเลย เมื่อคูปองอาหารเช้ากลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชียงคาน โดยเชียงคาน สามารถคว้าเหรียญเงิน จากการเป็นแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนโลกของ Green Destinations เป็นแห่งแรกในอาเซียน และเป็นแห่งที่ 5 ของเอเชีย (จาก 3 ประเทศ)

นาวาอากาศเอกอธิคุณ กล่าวว่า อพท. ได้ผลักดันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ได้รับการรับรองมาตรฐานการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (STMS) รวม 10 องค์กร โดย อพท. ส่งเสริมให้ อปท.ในฐานะองค์กรจัดการแหล่งท่องเที่ยว (DMOs) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวในพื้นที่พิเศษ ให้ปฏิบัติตามมาตรฐาน STMS ให้มีการบริหารจัดการการท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืนบนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและชุมชนในท้องถิ่น ซึ่งมาตรฐาน STMS ได้รับการรับรองจากสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council) ว่าเทียบเท่ากับหลักเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลกสำหรับสถานที่ท่องเที่ยว (GSTC-D) ซึ่งปีนี้มีองค์กรที่ผ่านมาตรฐานอยู่ในพื้นที่พิเศษเชียงราย ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและพื้นที่เตรียมการประกาศในจังหวัดนครราชสีมา อาทิ เทศบาลตำบลจันจว้า อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เทศบาลเมืองปากช่อง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา องค์การบริหารส่วนตำบลวังอ่าง อำเภอ ชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช องค์การบริหารส่วนตำบลท่าหิน อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา เป็นต้น

“ในระดับชุมชน อพท. ได้พัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนในพื้นที่พิเศษตามมาตรฐานการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนของประเทศไทย (CBT Thailand) โดยในปีงบประมาณ 2567 มีชุมชนที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพตามเกณฑ์ดังกล่าวจำนวน 20 ชุมชน และได้รับการผลักดันเข้าสู่ตลาดอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว รวม 20 ชุมชน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวโดยชุมชนในพื้นที่พิเศษกว่า 112.339 ล้านบาท จาก 45 ชุมชน โดยเมื่อเทียบอัตราการเติบโต (Growth Rate) ของรายได้จากการท่องเที่ยวโดยชุมชนกับปีงบประมาณ 2566 จำนวน 62.517 ล้านบาท พบว่า มีอัตราการเติบโตของรายได้เพิ่มขึ้นถึง 79.69%” นาวาอากาศเอกอธิคุณ กล่าว




