“เซ็นทรัล”ปัดแจงรายละเอียดโครงการมิกซ์ยูสหัวมุมถนนสีลมรอตั้งโต๊ะแถลงร่วมดุสิตธานี

น.ส.นภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงิน บัญชี และบริหารความเสี่ยง บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2560 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 6-8% จากปี 2559 ที่มีรายได้29,234 ล้านบาทเติบโตจากปี 2558 14% สาเหตุที่เป้าหมายรายได้ปี 2559 เติบโตในระดับไม่สูงเท่าปีก่อน เนื่องจาก ปี 2559 เปิดศูนย์การค้าใหม่เพียง 1 แห่ง คือ เซ็นทรัลพลาซานครศรีธรรมราชที่เปิดดำเนินการในเดือนกรกฎาคม 2559 สำหรับอัตราการเช่าพื้นที่ปี 2560 ตั้งเป้าจะรักษาอัตราการเช่าที่ 94% ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า แม้ว่าบริษัทจะอยู่ในระหว่างปรับปรุงเซ็นทรัลเวิลด์โดยแบ่งการปรับปรุงเป็นเฟส ซึ่งจะปรับปรุงให้แต่ละชั้นของเซ็นทรัลเวิร์ดให้แตกต่างกันและเดินทางสู่ชั้นบนได้ง่ายขึ้นโดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนบันไดเลื่อนบ่อยครั้ง

ทั้งนี้ บริษัทยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดว่าจะดำเนินการอย่างไรกับโครงการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบผสม (มิกซ์ยูส) บริเวณหัวมุมถนนสีลมและถนนพระราม 4 ที่ได้ร่วมทุนกับบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) (โรงแรมดุสิตธานี) เนื่องจาก ต้องรอให้ทางบริษัท ดุสิตธานีประชุมผู้ถือหุ้นให้แล้วเสร็จ จากนั้นทั้งสองบริษัทจะแถลงรายละเอียดโครงการร่วมกันอีกครั้งว่าแต่ละโครงการทั้งศูนย์การค้าและโรงแรมเรสซิเดนซ์จะมีกี่ยูนิต หรือมีพื้นที่เช่าเท่าใดและยังไม่สามารถตอบคำถามได้ว่าจะทุบตึกที่มีอยู่เดิมหรือไม่

น.ส.นภารัตน์ กล่าวว่าในปี 2560 บริษัทจะเปิดศูนย์การค้าใหม่ที่จะเปิดดำเนินการ 3 แห่ง คือ เซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมามีกำหนดเปิดไตรมาสที่ 3/2560 เซ็นทรัลพลาซา มหาชัย กำหนดเปิดพฤศจิกายน 2560 และเซ็นทรัลภูเก็ต กำหนดเปิดไตรมาสที่ 4 ปรับปรุงใหญ่โครงการเดิม 2 โครงการ คือ เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัลพลาซาประราม 3 ปรับปรุงย่อยโครงการเดิม 3 โครงการได้แก่ เซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 เซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต และเซ็นทรัลเฟสติวัล ภูเก็ตส่วนโครงการเซ็นทรัล ไอ-ซิตี้ ในประเทศมาเลเซียนั้นคาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในปี 2561

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเป้าหมายทางธุรกิจ 5 ปี คือปี 2560-2564 ที่จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยของรายได้ที่ 14-15% ต่อปี ตั้งเป้าเปิดศูนย์การค้าใหม่ปีละ 2-3 แห่งต่อปี ปรับปรุงสินทรัพย์ที่มีอยู่ในปัจจุบันเพิ่มเพิ่มมูลค่า 3-4 โครงการต่อปี จากปัจจุบันบริษัทมีศูนย์การค้าภายใต้การบริหารรวม 30 สาขา ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล 13 โครงการ และต่างจังหวัด 17 โครงการ ศูนย์อาหาร 26 แห่ง อาคารสำนักงานให้เช่า 7 อาคาร โรงแรม 2 แห่ง และอาคารที่พักอาศัย 1 โครงการ ซึ่งนับรวมอสังหาริมทรัพย์ที่ได้โอนไปยังกองทุน CPNRF และกองทุน CPNCG แต่ยังอยู่ภายใต้การบริหารของบริษํทในฐานะผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ของกองทุน

น.ส.นภารัตน์ กล่าวอีกว่า ตามแผน 5 ปีของบริษัท ได้ตั้งงบลงทุนปีละ 1.5-1.7 หมื่นล้านบาทส่วนนี้รวมเรื่องการลงทุนโครงการมิกซ์ยูสที่ร่วมทุนกับบริษัท ดุสิตธานีแล้ว ปรับขึ้นค่าเช่าตามปกติของศูนย์การค้าปัจจุบัน พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม 3 โครงการต่อปี รวมทั้งศึกษาโอกาสธุรกิจในตลาดต่างประเทศในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพัฒนาธุรกิจในรูปแบบอื่นต่อเนื่อง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“สถานทูตสหรัฐ” โพสต์ ยินดี “กอ.รมน.” ถอนแจ้งความดำเนินคดีนักเคลื่อนไหวไทย 3 คน
บทความถัดไป‘กรมพละ’ปิ๊งตั้งกองทุนกีฬาคนพิการ ใช้นันทนาการจัดกิจกรรม’ผู้ต้องขัง’