ทองคำผันผวนไม่หยุด ราคาฟื้นตัว หลังเผชิญแรงขายทำกำไร ระยะยาวยังไม่ปิดขาขึ้นต่อ
เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน นางสาวศิริลักษณ์ ปโกฏิประภา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทฮั่ว เซ่งเฮง โกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า ราคาทองคำเริ่มมีการฟื้นตัวและปรับตัวขึ้นแรง จากสกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 4.50-4.75% โดยประธานเฟดแถลงแสดงความมั่นใจในเศรษฐกิจสหรัฐ และเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวลง ทั้งยังส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยต่อไปด้วย ซึ่งชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ จะไม่ส่งผลโดยตรงต่อนโยบายการเงินของเฟด การเมืองแทรกแซงเฟดไม่ได้ ทำให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นได้หลังเผชิญแรงขายทำกำไรออกในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงการปรับลดดอกเบี้ยลง ส่งผลให้ทองคำยังมีทิศทางขาบวกต่อไปด้วย
นางสาวศิริลักษณ์ กล่าวว่า ปัจจัยที่ต้องติดตาม เพราะมีผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ หลักๆ ยังเป็นปัจจัวต่างประเทศ โดยเฉพาะตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ ได้แก่ การเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพฤศจิกายนนี้ ของม.มิชิแกน (เบื้องต้น) ซึ่งตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 71.0 จาก 70.5 ในเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา โดยวิเคราะห์ราคาทองคำ แม้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแรง หลังจากยืนเหนือบริเวณแนวรับของเส้นตามเทคนิคที่แถว 2,635-2,640 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ได้ ทำให้เกิดการฟื้นตัว แต่ในสัญญาณทางเทคนิคพบว่ายังไม่ได้เกิดสัญญาณซื้อเข้ามาอีก ระยะสั้นจึงให้ระวังแรงขายกดดันทางปรับตัวขึ้น หากไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ 2,720 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์
ทั้งนี้ ราคาทองคำไทยมีการปรับเปลี่ยนราคา 9 ครั้ง เป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกพรวดเดียว 150 บาท ก่อนปรับเพิ่มขึ้น 3 ครั้ง ครั้งละ 50 บาท จากนั้นปรับลดลงอีก 5 ครั้ง ครั้งละ 50 บาท รวมเป็นการปรับตัวลดลง 250 บาทต่อบาททองคำ ทำให้ราคาทองคำแท่ง ขายออก 43,350 บาทต่อบาททองคำ ทองรูปพรรณ ขายออก 43,850 บาทต่อบาททองคำ ทองสปอต 2,684.50 อัตราค่าเงินบาท 34.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ


