Dow เปิดบ้าน โชว์ฐานผลิตฮับเอเชียแปซิฟิก ไฮเทค-ปลอดภัยระดับโลก

10.11.24 | 12:33 น.

ริษัท Dow หนึ่งในบริษัทวัสดุศาสตร์ชั้นนำของโลกจากสหรัฐอเมริกา ที่ให้บริการลูกค้าในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง อาทิ บรรจุภัณฑ์ โครงสร้างพื้นฐาน ยานยนต์ และสินค้าอุปโภคบริโภค เริ่มเข้ามาลงทุนในไทยตั้งแต่ปี 2510

ด้วยความเป็นบริษัทระดับโลกที่มีโรงงานขนาดใหญ่และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ พร้อมด้วยความเป็นผู้นำทางธุรกิจและความมุ่งมั่นต่อความยั่งยืน ช่วยให้ Dow บรรลุการเติบโตอย่างมีผลกำไรและสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืน 

ปัจจุบัน Dow มีฐานการผลิตใน 31 ประเทศ และมีพนักงานประมาณ 35,900 คน โดยมียอดขายประมาณ 45,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2566 

ฐานผลิตวัสดุ-เคมีภัณฑ์ในไทย 60 ปี

สำหรับประเทศไทย ดำเนินการภายใต้ชื่อ “กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow Thailand Group)” เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2510 

Advertisement

ต่อมาได้ร่วมกับบริษัท เอสซีจี ก่อตั้งกลุ่มบริษัทร่วมทุนเอสซีจี-ดาว ในปี 2530 กระทั่งปี 2565 เอสซีจี เคมิคอลส์ ได้รีแบรนด์เป็น เอสซีจีซี 

 

กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ประกอบด้วยบริษัทซึ่ง Dow เป็นเจ้าของเพียงผู้เดียว และกลุ่มบริษัทร่วมทุนเอสซีจีซี-ดาว นอกจากนี้ ยังมีบริษัทร่วมทุนระหว่าง Dow และโซลเวย์

ปัจจุบันประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของ ดาว ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีโรงงานหลายแห่งตั้งอยู่ในจังหวัดระยอง ตลาดหลักของกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ได้แก่ อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ การก่อสร้าง และยานยนต์

ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมายาวนานเกือบ 60 ปี เมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) เปิดบ้านนำสื่อมวลชนสายอุตสาหกรรม-พลังงาน ชมฐานการผลิตใหญ่ที่สุดของ Dow ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประจำการอยู่ที่จังหวัดระยอง 

โดยฐานผลิตแห่งนี้ชูความสำเร็จของ โรงงานโพรพิลีนไกลคอล ซึ่งขยายกำลังการผลิตจนขึ้นแท่นโรงงานใหญ่ที่สุดในเอเชียเมื่อต้นปี 2567 ขณะนี้เปิดดำเนินการเต็มกำลังการผลิตถึง 250,000 ตันต่อปี 

 ทีมงาน ดาว ประเทศไทย ยังได้นำคณะสื่อฯ ชมโรงงานอื่นๆ ของบริษัท ในนิคมอุตสาหกรรมเอเซีย เช่น โรงงานผลิตโพลียูริเทน โดยฐานการผลิตในประเทศไทยแห่งนี้นับว่าเป็นโรงงานระดับโลกที่มีความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีดิจิทัล มาตรฐานความปลอดภัย และมีความสม่ำเสมอในการผลิตสูงติดอันดับต้นๆ ของ Dow ทั่วโลก 

นอกจากนี้ยังได้นำเสนอนวัตกรรมวัสดุศาสตร์เพื่อความยั่งยืน ซึ่งเป็นต้นน้ำที่ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสำคัญๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ถือเป็นไฮไลต์ของการเยี่ยมชมครั้งนี้

13 โรงงานกระจาย 3 นิคมฯ

กางฐานการผลิตของกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย พบว่ามีถึง 13 โรงงาน ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด นิคมอุตสาหกรรมเอเซีย และนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอตะวันออก จังหวัดระยอง 

โรงงานเหล่านี้เดินหน้าผลิตวัสดุและเคมีภัณฑ์ เช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติกชนิดโพลิเอทิลีน โพลิสไตรีนอีลาสโตเมอร์ กลุ่มผลิตภัณฑ์โพลิยูรีเทน สไตรีนบิวทาไดอีนเลเทกซ์ สารโพรพิลีนออกไซด์ และโพรพิลีนไกลคอล 

ใช้เป็นสารตั้งต้นในหลากหลายอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ การก่อสร้าง ยานยนต์ และการผลิตเครื่องอุปโภคบริโภค 

คุณเดชา พาณิชยพิเชฐ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของ Dow ในเอเชียแปซิฟิก เราสามารถผลิตวัสดุและเคมีภัณฑ์ต่างๆ ได้มากกว่า 2.5 ล้านตันต่อปี ส่งให้กับภาคอุตสาหกรรมในประเทศประมาณ 40% และส่งออกส่วนที่เหลือไปยังทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกรวมถึงอินเดีย 

ปีนี้ ดาว ประเทศไทย ได้ขยายกำลังการผลิตโรงงานโพรพิลีนไกลคอลเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เพิ่มขึ้นในหลากหลายอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมอาหาร น้ำหอม และผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค 

เทคโนโลยีดิจิทัลดีสุดในโลก

ฐานการผลิตในประเทศไทยของ ดาว ประเทศไทย ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในโรงงานของ Dow ที่เป็นเลิศที่สุดในโลกด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพราะใช้นวัตกรรมที่ทันสมัยเพื่อก้าวสู่ Manufacturing 4.0 

โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลและหุ่นยนต์ AI เข้ามาช่วยปฏิบัติงานในโรงงาน ทำให้พนักงานมีความปลอดภัยในการทำงาน ช่วยประหยัดพลังงาน ลดระยะเวลาการทำงาน 

รวมทั้งสามารถนำข้อมูลที่ได้มาวางแผนการบำรุงรักษาอุปกรณ์ต่างๆ ของโรงงานในเชิงป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เซ็นเซอร์อัจฉริยะเพื่อเฝ้าระวังการชำรุดของอุปกรณ์และประเมินกำหนดการบำรุงรักษา 

นำหุ่นยนต์ AI จัดการกับงานที่เป็นอันตรายและลดความเสี่ยงในการทำงานของมนุษย์ และการใช้แอพพลิเคชั่นมือถือเพื่อปรับปรุงการทำงานและการสรุปข้อมูลเพื่อตัดสินใจแบบเรียลไทม์

คุณเดชาระบุด้วยว่า กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ยังเป็นหนึ่งในฐานการผลิตที่มีสถิติความปลอดภัยและความสม่ำเสมอในการผลิตดีที่สุดในโลก จนได้รับคำชื่นชมและรางวัลต่างๆ มากมายทั้งจากในและต่างประเทศ 

เช่น รางวัล Tripple Zero ของ Dow สหรัฐอเมริกาซึ่งมอบให้เฉพาะโรงงานฝ่ายผลิตที่เป็นเลิศในด้านความปลอดภัย โดยสามารถดำเนินงานโดยไม่มีอุบัติเหตุได้มากกว่า 71.8 ล้านชั่วโมง หรือ 4,917 วัน 

นอกจากนี้ ทุกโรงงานของเราได้รับรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับ 4 โดยให้ความสำคัญกับความร่วมมือของพนักงานในทุกระดับภายในองค์กรเพื่อส่งเสริมการดำเนินงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุกมิติของการดำเนินธุรกิจจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร และรางวัลธงธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยยอดเยี่ยม 

ดาว ประเทศไทย ยังได้รับการรับรองคาร์บอนและการพัฒนาอย่างยั่งยืนระหว่างประเทศ (ISCC Plus) รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น รวมทั้งฉลากคาร์บอนฟุตพรินต์ผลิตภัณฑ์ และฉลากลดโลกร้อน จนต่างชาติต้องมาดูงานกันปีละหลายๆ ครั้งว่าคนไทยทำอย่างไร 

มุ่งความยั่งยืน 3 ด้าน

ด้านคุณภรณี กองอมรภิญโญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ ระบุถึงเป้าหมายการทำงานด้านความยั่งยืนว่า แบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก คือ 1.ต้านโลกร้อน เดินหน้าลดคาร์บอน ภายในปี 2030 จะลดการปล่อยคาร์บอนลง 15% หรือ 5 ล้านต้นและภายในปี 2025 เราจะเป็นกลางทางคาร์บอน

นอกจากนี้จะเดินหน้าอนุรักษ์น้ำ ภายในปี 2030 ฐานการผลิตที่ต้องพึ่งพาทรัพยากรน้ำในการผลิตหลักๆ 20 แห่ง จะต้องมีแผนการบริหารและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ โดย 10 แห่งจะต้องเป็นโรงงานที่มีการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน จากนั้นภายในปี 2035 ทุกโรงงานจะต้องมีแผนการบริหารและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ และภายในปี 2050 จะร่วมกับพันธมิตรเพื่ออนุรักษ์พื้นที่ต้นน้ำ 50.000 เอเคอร์ และฐานการผลิตต้องพึ่งพาทรัพยากรน้ำในการผลิตหลักๆ 20 แห่งจะต้องเป็นโรงงานที่มีการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

2.เปลี่ยนขยะเป็นผลิตภัณฑ์ ภายในปี 2573 จะเปลี่ยนขยะพลาสติกและนำวัตถุดิบทางเลือกรูปแบบอื่นๆ มาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ได้ ให้ได้ 3 ล้านตันต่อปี

3.ส่งเสริมวงจรรีไซเคิล ภายในปี 2578 ผลิตภัณฑ์เพื่อแพคเกจจิ้งทั้งหมดของ Dow ต้องนำกลับมาใช้ใหม่/รีไซเคิลได้

คิกออฟ 8 โครงการสำคัญ

คุณภรณีระบุอีกว่า สำหรับการส่งเสริมความยั่งยืนและเศรษฐกิจหมุนเวียน ปัจจุบันเดินหน้า 8 โครงการสำคัญ ประกอบด้วย

1.โครงการความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคมเพื่อจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน (PPP Plastics) ซึ่ง Dow เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งเพื่อดำเนินงานตามแผน Roadmap 20 ปี การจัดการขยะพลาสติกและส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยได้ริเริ่มหลายโครงการ เช่น โครงการต้นแบบจังหวัดระยอง ร่วมกับ อบจ. และองค์กรส่วนท้องถิ่นในจังหวัด โครงการมือวิเศษ X วน โดย PPP Plastics เป็นต้น ซึ่งช่วยลดขยะได้แล้วกว่า 1,400 ตัน

2.โครงการถนนพลาสติกรีไซเคิล โดยความร่วมมือระหว่าง Dow และ SCG นำพลาสติกใช้แล้วมาผสมกับยางมะตอยเพื่อเพิ่มความคงทนของถนน และช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกในสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกับภาครัฐเพื่อเป็นมาตรฐานทางเลือกในการสร้างถนน โครงการนี้ช่วยลดขยะได้แล้วกว่า 23 ตันในประเทศไทย

3.โครงการเก็บขยะชายหาดในวันอนุรักษ์ชายฝั่งสากล ดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2546 จังหวัดระยอง ประชาชนร่วมเก็บและคัดแยกขยะ รวมทั้งให้ความรู้ด้านการจัดการขยะผ่านกิจกรรม นิทรรศการ และเกม พร้อมนำขยะที่เก็บได้ไปรีไซเคิลและใช้ประโยชน์ โดยเก็บขยะได้กว่า 130 ตัน

4.โครงการดาวและเครือข่ายรักษ์ป่าชายเลน ต่อยอดจากโครงการปลูกชายเลน ณ ปากน้ำประแส จังหวัดระยอง ซึ่ง Dow ดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2552 ตั้งเป้าต้านโลกร้อนและลดขยะในพื้นที่ชายเลนกว่า 5,000 ไร่อย่างครบวงจร ไม่เพียงช่วยลดการปล่อยคาร์บอนและเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ แต่ยังสร้างประโยชน์ทางสังคมและเศรษฐกิจให้ชุมชนที่ร่วมดูแล เช่น รายได้จากระบบการซื้อขายคาร์บอนเครดิต การพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรมสนับสนุนเด็กและเยาวชนรักษ์ป่าชายแลน เพื่อปลูกฝังความรัก สร้างจิตสำนึก และสร้างการมีส่วนร่วมในการดูแลและอนุรักษ์ระบบนิเวศของป่าชายเลน โดยมีเด็กและเยาวชนกว่า 250 คนในปีแรก

5.โครงการ ดาว-อีเอฟ พัฒนาเยาวชนสู่ความสำเร็จ ดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 ในพื้นที่จังหวัดระของ เพื่อให้ระยองเป็นต้นแบบการส่งเสริม การพัฒนาด้าน EF (Executive Functions – ทักษะสมองส่วนหน้า) เพื่อสร้างเยาวชนเป็นคนดีและคนเก่ง โดยผนึกกำลังกับหน่วยงานภาครัฐ และประชาสังคม ปัจจุบันมีอาสาสมัครชุมชนกว่า 1,500 คน และมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สถานรับเลี้ยงเด็ก และโรงเรียนอนุบาลกว่า 200 แห่งเข้าร่วมโครงการ และในปี 2566 ได้ต่อยอดดำเนินการในพื้นที่กรุงเทพฯ ร่วมกับกรุงเทพฯและเขตหนองแขม มีเป้าหมายให้เขตหนองแขมเป็นที่นำร่อง สร้างคุณครูที่ขับเคลื่อนโครงการกว่า 200 คน และมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และสถานศึกษาในพื้นที่เขตหนองแขมทั้ง 19 แห่ง เข้าร่วมโครงการ

6.โครงการห้องเรียนเคมีดาว ส่งเสริมการเรียนวิทยาศาสตร์โดยการทดลองเคมีแบบย่อส่วนที่มีความปลอดภัยสูง ใช้ปริมาณสารเคมีน้อย ช่วยลดค่าใช้จ่ายและของเสีย นักเรียนสามารถลงมือทำการทดลองด้วยตนเอง ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2556 มีครูโรงเรียนเข้าร่วมกว่า 2,000 คน และในปี 2565 ได้ประกาศร่วมมือกับ สพฐ. เพื่อขยายไปยังโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศ

7.โครงการ FIRST LEDO’League และ FIRST Tech Challenge ส่งเสริมการศึกษาด้านสะเต็ม เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้แสดงความสามารถด้านการพัฒนาหุ่นยนต์และการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันในระดับนานาชาติ

8.โครงการศูนย์นวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อจัดการและแปรรูปวัสดุรีไซเคิลครบวงจร (Materials Recovery Facility: MBF) ซึ่งเป็นต้นแบบแห่งแรกของประเทศไทย ที่อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง สำหรับการคัดแยกและยกระดับคุณภาพวัสดุรีไซเคิลเหลือใช้ในชุมชนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีฝีมือคนไทย พร้อมดำเนินการในรูปแบบ “ธุรกิจชุมชน” หรือ Community Enterprise ซึ่งก่อตั้งด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ได้แก่ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) วว. บพช. สถาบันพลาสติก เทศบาลตำบลบ้านฉาง และจังหวัดระยอง ตั้งเป็นแก้ปัญหาพลาสติกใช้แล้ว และวัสดุรีไซเคิลในหลุมฝังกลบเพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลในแต่ละปีกว่า 1,000 ตัน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 2,400 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

“ที่นี่เรามีพนักงานชาวไทยมากกว่า 99% จึงพูดได้เต็มปากว่านี่คือความสามารถของคนไทยอย่างแท้จริง นี่คือความภาคภูมิใจของเรา” คุณเดชาระบุ 

ปิยะวรรณ ผลเจริญ