หน้าแรก เศรษฐกิจ หุ้นพุ่ง-ทองข...

หุ้นพุ่ง-ทองขึ้น ได้แรงหนุนบาทอ่อน ชี้ระยะสั้นย่อตัวปิดโอกาสวิ่งแตะ 47,000 บาท

13.11.24 | 17:25 น.

หุ้นพุ่ง-ทองขึ้น ได้แรงหนุนบาทอ่อน ชี้ระยะสั้นย่อตัวปิดโอกาสวิ่งแตะ 47,000 บาท

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้นวันนี้ว่า ราคาทองคำไทยมีการปรับเปลี่ยนราคา 7 ครั้ง ซึ่งมีทั้งปรับขึ้นและลดลง ก่อนที่ปิดตลาดที่ปรับเพิ่มขึ้น 100 บาท ทำให้ราคาทองคำแท่ง รับซื้ออยู่ที่ 42,750 บาทต่อบาททองคำ ขายออก 42,850 บาทต่อบาททองคำ ทองรูปพรรณ รับซื้อ 41,978.04 บาทต่อบาททองคำ ขายออก 43,350.00 บาทต่อบาททองคำ ทองสปอต 2,609.50 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ อัตราค่าเงินบาท 34.68 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

นายณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ ประธานบริหารกลุ่มบริษัทในเครือ เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก เปิดเผยว่า ราคาทองคํายังคงมีการแกว่งตัวในกรอบด้านล่างแถวบริเวณ 2,600 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ โดยมีบางช่วงหลุดระดับ 2,600 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ลงมาบ้าง ทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 2,590 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ก่อนจะดีดกลับขึ้นมา ทำให้ราคาทองคำไทยปรับตัวลดลงมาตาม โดยมีแรงซื้อเข้ามาหนุนบ้าง เพราะค่าเงินบาทอ่อนค่า จึงสนับสนุนแรงซื้อ แต่ยังไม่ได้มากนัก ซึ่งหากราคาร่วงลงไประดับ 4 หมื่นบาทต้นๆ น่าจะเห็นแรงซื้อมากขึ้น ส่วนแรงซื้อเป็นของขวัญต้อนรับปีใหม่ 2568 ขณะนี้ยังไม่เห็นแนวโน้มน่าจะมีมากขึ้นช่วงต้นเดือนธันวาคม เป็นต้นไป ประเมินกำลังซื้อจะมากหรือน้อยเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา มองว่าขึ้นอยู่กับราคาทองคำ ในแง่ความต้องการในกลุ่มซื้อเพื่อลงทุนยังคงมีมากกว่า โดยราคาที่ประเมินไว้ว่าจะได้เห็น 45,000-47,000 บาทต่อบาททองคำ น่าจะไม่ได้เห็นแล้ว เป็นการย่อตัวของราคาลงแทน

นายณัฐพงศ์ กล่าวว่า ปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เป็นนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ต้องดูต่อว่าทิศทางนโยบายจะเป็นอย่างไร นโยบายต่างๆ อาจส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น และดัชนีดอลลาร์ยังคงแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ส่วนปัจจัยในประเทศเป็นเรื่องประธานบอร์ดธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ หากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายใหม่ที่เน้นไปในด้านรัฐบาลมากขึ้น จะทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่า ส่งผลต่อการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ เพราะหากนโยบายอิงไปกับรัฐบาล เศรษฐกิจอาจดีขึ้นในระยะสั้น แต่ในระยะยาวหากสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดี มีการลงทุนเพิ่ม ค่าเงินบาทก็จะแข็งค่าขึ้นตามศักยภาพ แต่ตอนนี้เงินบาทยังสะท้อนสถานการณ์ด้วยการอ่อนค่าลง และเป็นแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ด้วย

ด้านหุ้นไทย เคลื่อนไหวในแดนบวก โดยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,445.07 จุด ก่อนปิดตลาดภาคบ่ายที่ระดับ 1,451.47 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 6.40 จุด หรือบวก 0.44% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,463.31 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,477.82 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 45,866.25 ล้านบาท

Advertisement

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ดัชนีปรับตัวขึ้นได้บ้างหลังปรับตัวลงแรงติดต่อกัน 3 วันทำการ โดยมีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นขนาดใหญ่ ได้แก่ เดลต้า ประกอบกับแรงซื้อในหุ้นบีดีเอ็มเอสและติดล้อ หลังประกาศผลประกอบการออกมาดี ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อซีพีไอของสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะประกาศออกมาในคืนวันที่ 13 พฤศจิกายน 2567 สะท้อนทิศทางการปรับดอกเบี้ยของสหรัฐ รวมถึงติดตามนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ หลังชนะการเลือกตั้งแล้ว โดยมองการปรับตัวขึ้นเป็นไปอย่างจำกัดเนื่องจากเงินบาทยังอ่อนค่าลงต่อเนื่อง