นฤมล แจ้งข่าวดี แล้งนี้ทำนาปรังทั่วประเทศ 10.02 ล้านไร่ คาดปี68 รายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้น
เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงข่าวถึงการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งเพื่อการเพาะปลูกปี 2567/2568 พร้อมด้วย นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน และนายอานนท์ นนทรีย์ รองอธิบดีกรมการข้าว
นางนฤมล เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำในปี 2567 ที่มีปริมาณน้ำค่อนข้างมาก ดังนั้นจึง ส่งผลให้กรมชลประทานสามารถเก็บกักน้ำ เพื่อใช้ได้ในทุกกิจกรรม และเกษตรกรสามารถประกอบอาชีพได้ โดยเฉพาะชาวนาสามารถทำนาปรังได้เพิ่มขึ้น 1.2 ล้านไร่ ซึ่งจะส่งผลให้ปี 2567 ชาวนาน่าจะมีรายได้ที่สูงขึ้น เพราะราคาข้าวยังสูงอยู่ เชื่อว่าโดยรวมรายได้เกษตรกรในปี 2568 จะเพิ่มขึ้นได้แต่นอน

นางนฤมล กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ได้เตรียมแผนบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งเพื่อการเพาะปลูก ปี 2567/2568 ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567-30 เมษายน 2568 ภาพรวมทั้งประเทศ โดยบริหารจัดการจากปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ที่มีปริมาณน้ำใช้การอยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีมาก รวมทั้งสิ้น 44,250 ล้าน ลบ.ม. (ข้อมูล 1 พ.ย. 67) พบว่าปริมาณน้ำมากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 3,863 ล้าน ลบ.ม. และจากปริมาณน้ำดังกล่าวทำให้สามารถเพิ่มพื้นที่การเพาะปลูกได้อีก 1.2 ล้านไร่ รวมแผนเพาะปลูกข้าวนาปรังทั่วประเทศในปีนี้ 10.02 ล้านไร่ ซึ่งวางแผนจัดสรรน้ำฤดูฝน ปี 2568 จำนวน 29,170 ล้าน ลบ.ม. และสำรองไว้ใช้ในต้นฤดูฝน ปี 2568 จำนวน 15,080 ล้าน ลบ.ม. สำหรับ 4 กิจกรรม ประกอบด้วย
1) เพื่ออุปโภค-บริโภค 3,050 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 10% จากแผนฯ 2) รักษาระบบนิเวศและอื่น ๆ 8,765 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 30% จากแผนฯ3) เพื่อเกษตรกรรม 16,555 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 57%จากแผนฯ และ 4) เพื่ออุตสาหกรรม 800 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 3% จากแผนฯ
นางนฤมล กล่าวว่า ขณะนี้ได้จัดสรรน้ำไปแล้ว (ตั้งแต่ 1 พ.ย.67 – 12 พ.ย. 67) 991 ล้าน ลบ.ม. (คิดเป็น 4% จากแผนฯ คงเหลือที่ต้องจัดสรรอีก 28,179 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น96% จากแผนฯ) ปัจจุบัน (ข้อมูล 12 พ.ย. 67) มีปริมาณน้ำเก็บกัก 63,908 ล้าน ลบ.ม. และปริมาณน้ำใช้การ 39,922 ล้าน ลบ.ม. และคาดการณ์ว่า 1 พ.ค. 68 จะมีปริมาณน้ำเก็บกัก 44,032 ล้าน ลบ.ม. และปริมาณน้ำใช้การ 20,489 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเพียงพอที่จะบริหารจัดการเพื่อการเกษตรจนสิ้นสุดฤดูแล้งนี้
ทั้งนี้ นางนฤมล กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ แม้ว่าในปีนี้จะเกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ แต่ยังบริหารจัดการกักเก็บน้ำได้ในปริมาณมาก และวางแผนจัดสรรสำหรับเพาะปลูกช่วงฤดูแล้งได้อย่างเพียงพอ
“จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า ในบางพื้นที่เกษตรกรสามารถทำนาปรังต่อเนื่องจากนาปีได้ ตั้งแต่ก่อนวันที่ 1 พ.ย. 67 ไปแล้วกว่า 0.75 ล้านไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 0.55 ล้านไร่ โดยใช้ประโยชน์จากน้ำช่วงน้ำหลากในการเพาะปลูก ขณะที่ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาให้แล้วเสร็จก่อนแผนที่วางไว้ เพื่อให้เกษตรกรสามารถเริ่มเพาะปลูกข้าวนาปรังได้เร็วยิ่งขึ้น ช่วยให้การปรับปฏิทินการเพาะปลูกมีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับการเก็บเกี่ยวให้ทันก่อนเข้าสู่ฤดูน้ำหลากในปีถัดไป” นางนฤมล กล่าว

ทั้งนี้ นางนฤมล กล่าวต่อว่า กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทาน พร้อมขับเคลื่อนมาตรการรองรับฤดูแล้งปี 2567/68 ตามที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.)เห็นชอบอย่างเคร่งครัด ประกอบด้วย 8 มาตรการที่จะบูรณาการร่วมกัน คือ 1) คาดการณ์และป้องกันพื้นที่เสี่ยง 2) สร้างความมั่นคงน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร พร้อมปฏิบัติการเติมน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ 3) กำหนดแผนจัดสรรน้ำและพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้ง 4) เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ประหยัดน้ำและลดการสูญเสียน้ำในทุกภาคส่วน 5) เฝ้าระวังและแก้ไขคุณภาพน้ำ 6) เสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการบริหารจัดการน้ำของชุมชน/องค์กรผู้ใช้น้ำ 7) สร้างการรับรู้ประชาสัมพันธ์ และ 8) ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน ทั้งนี้ เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ภัยแล้งที่จะมาถึง รวมทั้งเพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดกับเกษตรกรและประชาชนทั่วประเทศตามนโยบายของรัฐบาล

