หน้าแรก เศรษฐกิจ คมนาคม ถก ไทย...

คมนาคม ถก ไทยสมายล์บัส แก้ปัญหารถเมล์สาย 8 เข้มกวาดรถเมล์เถื่อน เตรียมลดจำนวนรถร้อน

13.11.24 | 18:34 น.

คมนาคม ถก ไทยสมายล์บัส แก้ปัญหารถเมล์สาย 8 เข้มกวาดรถเมล์เถื่อน เตรียมลดจำนวนรถร้อน

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ณ ห้องประชุมกระทรวงคมนาคม นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมเพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาการเดินรถโดยสารประจำทาง สายที่ 2-38 (สาย 8 เดิม) โดยมีนางสาวณภัทรา กมลรักษา ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) และนายวรวิทย์ ชาญชญานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายปฏิบัติการและกลยุทธ์ บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด

 

นายสุรพงษ์กล่าวว่า ตามที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ มอบหมายให้ตนกำกับดูแลปัญหาการเดินรถโดยสารประจำทาง สายที่ 2-38 (สาย 8 เดิม) กรณีมีข้อเรื่องร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีรถโดยสารประจำทาง สาย 8 สะพานพระพุทธยอดฟ้า-ถนนนิมิตรใหม่ วิ่งให้บริการประชาชนในเส้นทางสาย 2-38 แฮปปี้แลนด์-ท่าเรือสะพานพุทธ โดยไม่ได้รับอนุญาตประกอบการขนส่ง ขบ. ได้ตั้งจุดตรวจการขนส่งเพื่อกวดขันปราบปรามรถโดยสารประจำทางสายดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 ผลปรากฏว่าปัจจุบันไม่มีรถโดยสารประจำทาง สาย 8 วิ่งให้บริการแล้ว และได้กำชับให้ ขบ.ตรวจสอบการให้บริการการเดินรถต่อเนื่องอย่างเข้มงวด

 

Advertisement

นายสุรพงษ์กล่าวว่า สำหรับปัญหารถเถื่อนที่ไม่มีใบอนุญาตลักลอบวิ่งให้บริการทับเส้นทางของเอกชนนั้น หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะมีปัญหาได้ เพราะรถเหล่านี้ไม่ได้ตรวจสภาพ ไม่มีระบบความปลอดภัย ดังนั้นจึงกำชับกับหน่วยงานที่ กำกับดูแลว่า ต้องไม่มีรถเถื่อนเหล่านี้ รวมถึง หากประชาชนพบเจอ ต้องรีบแจ้งกรมการขนส่งทางบกทันที

นอกจากนี้ ได้มีการหารือ เรื่องการให้ลดจำนวนรถร้อนลง ตามนโยบายรถที่ให้บริการต้องเป็นรถเย็นทั้งหมดในปี 2568 ซึ่งตามที่ตนได้ศึกษาดูแล้วนั้น โดยรวมต้นทุนไม่ได้ต่างกัน มีเพียงราคาจะเพิ่มขึ้น เบื้องต้นมอบหมายให้ ขสมก. และ ขบ.ไปศึกษาราคาที่เหมาะสมใหม่ พร้อมย้ำว่า ประชาชนไม่มีใครอยากนั่งรถร้อน ทุกคนอยากนั่งรถที่ดี แต่ราคาต้องถูก

 

นอกจากนี้ นายสุรพงษ์กล่าวว่า ตนได้มอบหมายให้ กรมการขนส่งทางบก คณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง และเอกชนผู้เดินรถ ไทย สมายล์ บัส ให้จัดการระบบเชื่อมต่อเข้ากับระบบของรัฐบาล โดยเฉพาะระบบการชำระเงินจะเคลียร์ริ่งเฮาส์อย่างไร ให้ประชาชนเข้าถึงบริการขนส่งมวลชนที่ดีขึ้น มีคุณภาพ และปลอดภัยมากขึ้น

 

สำหรับ ไทย สมายล์ บัส เป็นผู้ประกอบการเดินรถโดยสารเอกชนที่ได้รับสัมปทานเส้นทางเดินรถโดยสารจาก ขบ. ตามใบอนุญาตประกอบการขนส่งเลขที่ 5/2565 สิ้นอายุวันที่ 4 เมษายน 2572 รถโดยสารประจำทางหมวด 1 ในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่อง สาย 2-38 แฮปปี้แลนด์-ท่าเรือสะพานพุทธ โดยมีเงื่อนไขจำนวนเที่ยวการเดินรถขั้นต่ำ 80 เที่ยว/วัน จำนวนรถ 19-54 คัน จัดการเดินรถจริง จำนวน 318 เที่ยว/วัน ปัจจุบันมีผู้โดยสารประมาณ 22,000 คน/วัน ซึ่งเมื่อเทียบสัดส่วนจำนวนเที่ยว/วัน กับปริมาณผู้โดยสาร/วัน เฉลี่ยเท่ากับ 70 คน/เที่ยว ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยรถของไทย สมายล์ บัส สามารถรองรับผู้โดยสารได้เพียง 50 คน/เที่ยว เท่านั้น

 

นายสุรพงษ์กล่าวว่า ไทย สมายล์ บัส ต้องบูรณาการร่วมกับ ขบ. และ ขสมก. เพื่อปรับเงื่อนจำนวนเที่ยวการเดินรถขั้นต่ำให้มากขึ้น เพราะหากมีจำนวนรถที่สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างเพียงพอ จะช่วยป้องกันการเลือกใช้บริการรถโดยสารสาธารณะที่ผิดกฎหมายได้ รวมถึงในเส้นทางสายอื่นๆ ด้วย ให้รวบรวบข้อมูลจำนวนรถที่เหมาะสมกับปริมาณความต้องการใช้รถของประชาชน เพื่อศึกษาการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับปรุงระบบการเดินรถให้ดียิ่งขึ้น สามารถนำมาวิเคราะห์เป็นแนวทางในการดำเนินงานปรับปรุงเส้นทางเพิ่ม-ลดได้อย่างเหมาะสม

 

ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะอย่างเท่าเทียม ไทย สมายล์ บัส ต้องเร่งดำเนินการให้ระบบสามารถรองรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อลดค่าใช้จ่ายของผู้มีรายได้น้อย และประชาชนสามารถใช้บริการขนส่งสาธารณะได้อย่างเท่าเทียม