หน้าแรก เศรษฐกิจ อีไอซีแนะธุรก...

อีไอซีแนะธุรกิจไทยปรับตัวรับโครงสร้างเศรษฐกิจจีนใหม่

24.02.16 | 18:01 น.

นางสาวธีรินทร์ รัตนภิญโญวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโสกลยุทธุรกิจและอุตสาหกรรม ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ(อีไอซี) ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มชะลอตัวและยังมีความผันผวน ซึ่งเป็นผลจากการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่จากเน้นการลงทุนมาเป็นการเน้นการบริโภค ซึ่งการปรับโครงสร้างของเศรษฐกิจจีนจะมีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ เรื่องแรกการเคลื่อนย้ายเงินทุนของจีน ให้กระแสเงินทุนไหลออกไปยังต่างประเทศมากขึ้น โดยตั้งแต่ ปี 2557 จีนมีการลงทุนทางตรงนอกประเทศ(โอดีไอ)มากกว่าการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ(เอฟดีไอ) มีทั้งการลงทุนและการควบรวมกิจการในต่างประเทศ นอกจากนี้ การเติบโตที่ชะลอตัวลงของจีนและการไหลออกของเงินทุนจีน จะส่งผลให้ค่าเงินหยวนมีแนวโน้มอ่อนค่าลงอีก เพราะช่วงการปรับโครงสร้างจีนยังพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก ทำให้ต้องดูแลค่าเงินหยวนเพื่อให้สามารถแข่งขันได้

นางสาวธีรินทร์กล่าวว่า เรื่องที่สอง จีนตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งระยะต่อไปจีนจะกลายเป็นผู้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ และสาม คือ การขยายตัวของกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางทำให้การบริโภคของจีนยังขยายตัวได้ มีความต้องการสินค้าและบริการจากทั่วโลก รวมทั้งการท่องเที่ยวและมองหาที่อยู่อาศัยต่างแดนมากขึ้น

นางสาวธีรินทร์กล่าวว่า จากปัจจัยดังกล่าวทำให้ธุรกิจไทยมีโอกาสที่จะขยายตัวรองรับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจจีนโดยควรมองหาโอกาสในการลงทุนร่วมกับทุนจีนหรือการต่อยอดธุรกิจจากจีน ในอุตสาหกรรมขนส่ง วัสดุก่อสร้าง วิศวกรรมและรับเหมาก่อสร้าง ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวทั้งโรงแรม การบิน มารีน่า เรือสำราญ สปา และ อสังหาริมทรัพย์รองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวหรือคนจีนที่เข้ามาทำงานในไทย เช่น คอนโดมิเนียม บ้านพักตากอากาศ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น อาหาร สินค้าเกษตร หรืออาจจะผนวกเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิตในกลุ่มเทคโนโลยีและการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ แต่สิ่งที่ธุรกิจไทยต้องระมัดระวัง คือการเข้ามาแข่งขันของธุรกิจจีนในไทย เพราะจีนมีทั้งเงินทุนและเทคโนโลยี ซึ่งอาจทำให้มีการแข่งขันด้านราคากับธุรกิจเดิมของไทยในตลาดแล้ว

นางสาวธีรินทร์กล่าวว่า ดังนั้นธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อรองรับการแข่งขัน โดยการเพิ่มความสามารถและความเชี่ยวชาญในการธุรกิจข้ามประเทศ เช่น ทักษะภาษาและความรู้เกี่ยวกับกฎหมายระหว่างประเทศ ยกระดับขีดความสารถในการผลิตโดยเฉพาะด้านเทคโนโลยี การต่อยอดกับธุรกิจจีนที่มีความสามารถในการลงทุนต่างประเทศ การทำตลาดเชิงรุกไปยังกลุ่มเป้าหมาย เช่น การท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์กับชาวจีนที่มีกำลังซื้อสูง