หน้าแรก เศรษฐกิจ ขสมก. เปิดแผน...

ขสมก. เปิดแผนหารถใหม่ 3,040 คัน ระยะ1ทุ่ม 1.5 หมื่นล้าน เช่า 1,520 คันเตรียมชงครม. ธ.ค.นี้

14.11.24 | 17:10 น.

 

นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาระบบรถเมล์โดยสารสาธารณะไทยโดยจะมีการลดจำนวนรถร้อนลง และเพิ่มเป็นรถโดยสารปรับอากาศนั้น ขณะนี้ทางองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) มีแผนดำเนินการจัดหารถโดยสารปรับอากาศใหม่ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ในขณะที่รถโดยสารที่เอกชนได้รับสัมปทานจากกรมขนส่งทางบก (ขบ.) ก็จะปรับเป็นรถปรับอากาศดังนั้นต่อไป รถร้อนจะหายไปจากถนน ในขณะที่ต้นทุนการให้บริการระหว่างรถร้อนกับรถแอร์ไม่ได้แตกต่างกันมากเพียงแต่ปรับให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้สะดวกเท่าเทียมกัน และต้องสะดวกสบาย

 

ด้าน นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เผยว่า ความคืบหน้าการจัดหารถโดยสารประจำทางขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ในรูปแบบเช่า จำนวน 3,040 คัน สำหรับระยะแรกวงเงิน 15,355 ล้านบาทนั้น ขณะนี้ทาง ขสมก.ได้เสนอเรื่องมาที่กระทรวงคมนาคมแล้ว เพื่อที่จะเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ ต่อไป โดยอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) โดยคาดว่าจะเสนอ ครม.ได้ในเดือน ธ.ค.2567 ขณะเดียวกัน ขสมก.ก็ได้ตั้งคณะกรรมการจัดทำทีโออาร์รอไว้ มีการประชุมเบื้องต้นไปแล้ว 2 ครั้ง คาดว่าช่วงเดือน ส.ค.-ต.ค.2568 น่าจะบรรจุรถเฟสแรกได้แล้วประมาณ 500 คัน อาจจะทยอยรับรอบละ 500 คันจนครบ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการลงนามในสัญญาว่าจะดำเนินการได้ช้าเร็วแค่ไหน

 

Advertisement

นายกิตติกานต์กล่าวว่า สำหรับการจัดหารถโดยสารประจำทาง ระยะที่ 2 จำนวน 1,520 คัน เบื้องต้นวางไว้เป็นรูปแบบโครงการเอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP) ขณะนี้สถานะของโครงการ ทางกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือไปถึงกระทรวงการคลัง เพื่อขอให้บรรจุโครงการนี้อยู่ในแผนที่จะผลักดันแล้ว และอยู่ในระหว่างขั้นตอนการขอรับเงินสนับสนุนจากคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน วงเงินไม่เกิน 30 ล้านบาท เพื่อจ้างที่ปรึกษาดำเนินการ ศึกษาโครงการจัดหารถโดยสารปรับอากาศในเฟส 2

 

อย่างไรก็ตาม นายกิตติกานต์กล่าวว่า ถึงแม้ว่าจริงอยู่ว่าที่ผ่านมาการที่ ขสมก. จะได้รถมาวิ่งนั้น ทางองค์กรไม่เคยได้รับงบประมาณจากรัฐบาลเลย มีแต่การกู้เงินจัดหารถมาโดยตลอด จึงกลายเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ ขสมก.ขาดทุนมาต่อเนื่อง แต่ ครม.ชุดนี้มีการเสนอขอรับงบประมาณเป็นครั้งแรกและได้มีการจัดสรรงบประมาณรายปีให้ ขสมก.แล้ว ดังนั้น ขสมก.ก็จะไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเองและจะทำให้เกิดสภาพคล่องทางการเงินมากขึ้น และสามารถเพิ่มรถใหม่ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเข้ามาได้ทั้งหมด 3,040 คัน จะช่วยลดภาระค่าเหมาซ่อมจากปีละ 1,700 ล้านบาท เหลือ 1,000 ล้านบาท ลดค่าพลังงานจากปีละ 2,000 ล้านบาท เหลือ 700 ล้านบาท รวมๆ ลดค่าใช้จ่ายได้ปีละ 2,500 ล้านบาทต่อปี ส่งผลให้ทั้งปี 2567 ขสมก.มีผลขาดทุนอยู่ที่ 2,900 ล้านบาท ซึ่งเป็นการขาดทุนน้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมา รวมถึงสามารถนำส่วนต่างของการจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้กับการลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงและค่าเหมาซ่อมได้รวมมูลค่าประมาณ 2,500 ล้านบาท/ปี ส่วนการจัดหารถแบบ PPP ขอรอผลการศึกษาก่อน นอกจากนี้ นายสุรพงษ์ได้สั่งการเรื่องการลดพนักงาน ขสมก. จากปัจจุบันมีถึง 14,000 คน และมีค่าใช้จ่ายปีละ 4,000 ล้านบาท โดยจะไม่มีการรับคนเพิ่มแต่จะปรับเพิ่มหน้าที่พนักงานเก็บค่าโดยสารที่มี 5,000 คนไปเป็นพนักงานขับรถแทน