หน้าแรก เศรษฐกิจ กก.ปลุกเศรษฐก...

กก.ปลุกเศรษฐกิจ ชง ‘บิ๊กแพคเกจ’ แจก1หมื่น ‘สูงวัย’ แก้หนี้ สอท.จี้ลดค่าไฟ-น้ำมัน เร่งกิโยตินกม.ล้าสมัย

18.11.24 | 06:05 น.

กก.ปลุกเศรษฐกิจ ชง ‘บิ๊กแพคเกจ’ แจก1หมื่น ‘สูงวัย’ แก้หนี้ สอท.จี้ลดค่าไฟ-น้ำมัน เร่งกิโยตินกม.ล้าสมัย

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอแพคเกจกระตุ้นเศรษฐกิจรายปี เริ่มตั้งแต่ของขวัญปีใหม่ช่วงสิ้นปีนี้ต่อเนื่องถึงตลอดทั้งปีหน้า 2568 เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจ มี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในวันที่ 19 พฤศจิกายน จะกำหนดเป็นกรอบไทม์ไลน์ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง อาจแบ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบรายธุรกิจ รวมถึงการเสนอให้เดินหน้าโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ระยะถัดไป มาตรการแก้หนี้ภาคประชาชน ตลอดจนมาตรการของขวัญปีใหม่ที่จะเกิดขึ้นในปลายปีนี้

“การหารือคงไม่ใช่แค่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของกระทรวงการคลังเพียงกระทรวงเดียว แต่เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของกระทรวงต่างๆ ด้วย เช่น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เป็นต้น เพื่อให้มองเห็นกลไกการขับเคลื่อนเศรษฐกิจปีหน้าว่าจะเดินไปทางไหน” นายจุลพันธ์กล่าว

นายจุลพันธ์กล่าวอีกว่า สำหรับเงินที่จะใช้ในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นแบบผสมผสาน ไม่ได้มาจากแหล่งเงินในงบประมาณแหล่งเดียว ส่วนหนึ่งมาจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในปีงบ 2568 ที่กำหนดวงเงินไว้ 1.8 แสนล้านบาท และบางโครงการไม่จำเป็นต้องใช้งบ รวมถึงบางส่วนเป็นโครงการของสถาบันการเงินของรัฐที่อยู่ในบัญชีกิจการของรัฐ หรือพีเอสเอ ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้น โดยไตรมาส 4 ปี 2567 จะขยายตัวดีกว่าเดิม แต่รัฐบาลจะไม่หยุดแค่นี้ เพราะยังมีอีกหลายกลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังมีปัญหา เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะรถกระบะ หรือภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังชะลอตัว แม้ว่ามาตรการแจกเงิน 1 หมื่นบาท สำหรับคนถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และบัตรคนพิการ 14.5 ล้านคน จะใช้จ่ายไปแล้วจำนวนมากก็ตาม

นายจุลพันธ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ในการประชุมจะพิจารณามาตรการปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้รายย่อยของสถาบันการเงิน ด้วยการพักดอกเบี้ย และลดค่างวด โดยที่กระทรวงการคลังจะยอมให้สถาบันการเงินลดเงินนำส่งเข้ากองทุนเอฟไอดีเอฟ และอีกส่วนหนึ่งมาจากทรัพยากรของสถาบันการเงิน ซึ่งรัฐบาลต้องการให้ลูกหนี้ที่เข้าโครงการปรับโครงสร้างหนี้แล้ว กู้ยืมเงินใหม่ได้

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานเว่า สำหรับโครงดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 2 เกณฑ์อายุที่ได้รับเงินในรอบนี้ กำลังพิจารณาว่าจะเริ่มตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป หรือ 60 ปี ขึ้นอยู่กับการพิจารณาที่ประชุม และคาดว่าจะแจกเงินช่วงปลายปีนี้ หรือไม่เกินต้นปี 2568

ด้านนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ของขวัญปีใหม่ที่ภาคเอกชนในฝั่งอุตสาหกรรมการผลิตต้องการ คือการขอให้ช่วยลดต้นทุนที่ส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ราคาน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ เนื่องจากเป็นต้นทุนหลักที่มีผลกระทบต่อการผลิต และการจำหน่าย ทั้งการขายในประเทศ รวมถึงการส่งออกไปขายในต่างประเทศด้วย เนื่องจากในปัจจุบันมีผลกระทบจากสินค้าจีนที่เข้ามาตีตลาดไทย ทำให้การแข่งขันด้านการค้าขายในประเทศลำบากกว่าเดิม ส่วนการส่งไปขายต่างประเทศก็มีปัญหาในด้านต้นทุนการผลิตที่สูงกว่า จึงทำราคาแข่งขันได้ไม่ดีเท่าที่ควร

“ส่วนเรื่องที่ต้องการให้แก้ไขอย่างรวดเร็ว คือการกิโยตินกฎหมาย หรือสังคายนากฎหมาย และระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตประชาชน และการประกอบธุรกิจ เพื่อกระตุ้นเศษฐกิจไทย’นายเกรียงไกรกล่าว