ความเชื่อมั่นชายแดนใต้Q3 ขยับ ตามท่องเที่ยวฟื้นตัว คนใต้ ร้องรัฐ ลดค่าครองชีพ-แก้ปัญหาปากท้อง
เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่กระทรวงพาณิชย์ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ และ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมแถลงข่าวความเชื่อมั่นจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไตรมาส 3 ปี 2567 ประกอบด้วย สตูล ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา รวม 44 อำเภอ และสำรวจ 31,473 ราย โดยมีรายละเอียดดังนี้
ดัชนีความเชื่อมั่นจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไตรมาส 3 ปี 2567 โดยรวมอยู่ระดับ 56.29 ปรับเพิ่มจากไตรมาสก่อนหน้า (ไตรมาส 2/2567) อยู่ระดับ 55.56 จากการปรับเพิ่มของความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ อยู่ระดับ 56.81 จาก 56.17 และด้านสังคมมาอยู่ระดับ 53.28 จาก 53.05 ด้านความมั่นคงปรับลดมาอยู่ระดับ 56.49 จาก 57.46 แต่ยังอยู่ในช่วงเชื่อมั่นทุกด้าน (ค่าดัชนีเกิน 50) ต่อเนื่อง 15 ไตรมาส สาเหตุจากภาพรวมของเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น จากการขยายตัวของนักท่องเที่ยวที่เดินทางข้ามพรมแดน ที่ตรงกับวันหยุดยาวของประเทศมาเลเซีย มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐทั่วประเทศ รวมทั้งเป็นช่วงฤดูกาลผลไม้ออกสู่ตลาดและราคาพืชเศรษฐกิจสำคัญปรับตัวเพิ่มขึ้น จึงส่งผลดีต่อรายได้ของเกษตรกรในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ภาระค่าครองชีพสูง และปัญหาด้านความมั่นคงยังเป็นปัจจัยทอนต่อความเชื่อมั่นของชายแดนภาคใต้ที่จะต้องเฝ้าระวังต่อไป

หากพิจารณาเป็นรายจังหวัด พบว่า ประชาชนในจังหวัดสตูล มีความเชื่อมั่นโดยรวมสูงสุด อยู่ระดับ 61.14 เนื่องจากความเชื่อมั่นด้านความมั่นคงอยู่ในระดับสูงกว่าจังหวัดอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจและสังคมอยู่ในระดับใกล้เคียงกับจังหวัดอื่นๆ สำหรับจังหวัดที่มีความเชื่อมั่นโดยรวมรองลงมา ได้แก่ จังหวัดสงขลา อยู่ระดับ 58.21 ยะลา อยู่ระดับ 55.03 ปัตตานี อยู่ระดับ 55.00 และนราธิวาส อยู่ระดับ 54.92 ตามลำดับ
ผลสำรวจปัญหาโดยรวมที่สอบถามใน 19 ปัญหา เกี่ยวกับด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านความมั่นคง ของจังหวัดชายแดนใต้ ส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับเดิมเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ยกเว้นปัญหายาเสพติดปรับตัวเป็นปัญหาเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ประเด็นที่ประชาชนมีความกังวลมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ ปัญหาภาระค่าครองชีพสูง รายได้ไม่เพียงพอ (ทุกจังหวัด) และปัญหายาเสพติด (โดยเฉพาะสตูล และนราธิวาส) สอดคล้องกับผลสำรวจความต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐให้ช่วยเข้ามาแก้ไขปัญหาเรื่องแรก คือ ลดค่าครองชีพ ตามด้วยลดการว่างงาน เพิ่มรายได้ ราคาสินค้าเกษตร แก้ปัญหายาเสพติด เข้าถึงการศึกษา ความไม่สงบในพื้นที่ และจัดหาสินค้าอุปโภคบริโภคให้เพียงพอ
นายพูนพงษ์กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการผ่านหลายโครงการเพื่อกระตุ้นและส่งเสริมเศรษฐกิจของพื้นที่ชายแดนใต้ ซึ่งการจัดทำเครื่องชี้วัดความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่เป็นประจำทุกไตรมาสจะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดทิศทางของนโยบายที่จะใช้แก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้อย่างตรงจุดและเหมาะสม รวมทั้งสามารถใช้ติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม เรื่องปากท้อง และความต้องการแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ เป็นเรื่องแรกๆ คนในพื้นที่ยังให้ความสำคัญต่อเนื่อง ดังนั้น การสำรวจนี้จะเป็นส่วนทำให้ภาครัฐและภาคเอกชนเห็นถึงความต้องการแท้จริงและประเด็นแรกที่ต้องเข้าไปดูแล ส่วนนโยบายช่วยเหลือ 10,000 บาท อยู่ระหว่างการสำรวจผลตอบรับ

พ.ต.ท.วรรณพงษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ศอ.บต.พร้อมสนับสนุนทุกภาคส่วนร่วมดำเนินการสร้างงาน สร้างอาชีพให้ได้มากที่สุด เพื่อรองรับคนที่ตกงานทั้งในพื้นที่และคนที่เดินทางกลับถิ่นฐาน รวมทั้ง ศอ.บต.ให้ความสำคัญกับปัญหาสินค้าเกษตร เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาแม้ว่าร้านอาหารหรือกิจการโรงแรม/ที่พักต่างๆ จะมีผู้ใช้บริการแต่ยังมีจำนวนไม่มากพอที่จะส่งผลให้เกิดความต้องการผลผลิตสินค้าเกษตรจนทำให้ราคาเพิ่มขึ้นในระดับที่คาดหวังได้ จึงได้มีความพยายามแก้ไขปัญหานี้ ซึ่งได้ประสานกับกระทรวงพาณิชย์ร่วมกันหาตลาดรองรับสินค้า เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรด้วย สำหรับในปี 2567 ศอ.บต.ยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาความเป็นอยู่ การเพิ่มรายได้และคุณภาพชีวิต การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและความยากจน ซึ่งการจัดทำดัชนีความเชื่อมั่น และการสอบถามปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จะนำไปสู่การพัฒนาที่ตรงกับความต้องการของประชาชนให้ตรงจุดและต่อยอดมากยิ่งขึ้น ให้เกิดเป็นกิจกรรมพัฒนาได้อย่างเป็นรูปธรรม
“จากผลสำรวจความเชื่อมั่นภาคใต้ครั้งนี้สะท้อนว่าความเชื่อม้่นยังอยู่ระดับปานกลางถึงดีขึ้น มีผลต่ออารมณ์การใช้จ่ายและการค้าขายของคนในพื้นที่ ตัวเลขเชิงเศรษฐกิจจะทำให้เห็นภาพนโยบายรัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และนโยบายด้านสังคมและความมั่นคงที่ตอบโจทย์คนในพื้นที่ และเห็นถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้วย” พ.ต.ท.วรรณพงษ์กล่าว

