หน้าแรก เศรษฐกิจ สุริยะ ศึกษาเ...

สุริยะ ศึกษาเทคโนโลยีการผลิตรถไฟ-หัวรถจักร ตุรกี อิตาลี ลุยพัฒนานำมาต่อยอดประยุกต์ใช้ในไทย

19.11.24 | 10:42 น.

สุริยะ ศึกษาเทคโนโลยีการผลิตรถไฟ-หัวรถจักร ตุรกี อิตาลี ลุยพัฒนานำมาต่อยอดประยุกต์ใช้ในไทย

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ณ เมืองซากาย่า สาธารณรัฐตุรกี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้เดินทางไปประชุมหารือร่วมกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน ตุรกี และนายออสมาน บอยราซ (H.E. Mr. Osman Boyraz) ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทูราซาช (TÜRASAŞ) รัฐวิสาหกิจภายใต้กำกับของกระทรวงคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานตุรกีพร้อมกันนี้ ยังได้เยี่ยมชมแนวทางการการออกแบบ ผลิต และแนวทางการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตรถไฟภายในประเทศด้วย

ทั้งนี้ นายสุริยะ กล่าวว่า บริษัททูราซาช (TÜRASAŞ) มีความร่วมมือในการพัฒนาเทคโนโลยีผลิตรถไฟกับบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีการขนส่งทั่วโลก เช่น ฮยอนได(HYUNDAI) อัลสตอม (ALSTOM) และ ซีเมนส์ (SIEMENS) ภายใต้แผนพัฒนาที่ 11 ของรัฐบาลตุรกี(Eleventh Development Plan (2019- 2023)) ได้กำหนดให้ประเทศตุรกีพัฒนาการผลิตรถไฟภายในประเทศ ลดการนำเข้า และเน้นการใช้อะไหล่และวัสดุภายในประเทศ บริษัททูราซาช (TÜRASAŞ) ได้ดำเนินการตามแผนดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือกับบริษัท บลู เอ็นจิเนียริ่ง เอส.พี.แอล(Blue Engineering S.p.L) ของประเทศอิตาลี ภายหลังเริ่มสายการผลิตรถไฟในปี 2562 บริษัท ทูราซาช (TÜRASAŞ) ได้พัฒนารถไฟฟ้าความเร็ว 160 กม./ชม. ตามมาตรฐานยุโรป และส่งมอบให้การรถไฟตุรกี (State Railways of the Republic of Turkey) นำไปให้บริการต่อไป โดยผลจากการการพัฒนาดังกล่าว ส่งผลให้มีการผลิตรถไฟขึ้นในประเทศตุรกี ซึ่งมีราคาถูกกว่านำเข้าจากต่างประเทศถึง 20% และสามารถเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนประกอบที่ผลิตในประเทศจากเดิม 10% ขึ้นเป็น 75% อีกทั้ง บริษัททูราซาช (TÜRASAŞ) ยังมีเป้าหมายการผลิตรถไฟ ให้ได้รวม 56 ขบวน (280 คัน) ภายในปี 2573

Advertisement

นายสุริยะ กล่าวต่อไปว่า ตามนโยบายของรัฐบาลภายใต้นายกรัฐมนตรีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ที่ต้องการมุ่งเน้นให้มีการจัดทำโครงการขนาดใหญ่ (Mega Project) เพื่อเร่งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านระบบราง ดังนั้น กระทรวงคมนาคม จึงมีนโยบายให้การขนส่งทางรางเป็นการขนส่งหลักของประเทศ เพื่อให้ต้นทุนราคาค่าขนส่งของประเทศถูกลง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งได้มอบนโยบายให้สำนักงานวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยีระบบราง (สทร.) เป็นแกนหลักทำงานร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และกระทรวงอุตสาหกรรม นำความรู้แนวทางจากการดำเนินการที่เรียนรู้จากประเทศตุรกี ไปดำเนินการให้เกิดการผลิตรถไฟและหัวรถจักรขึ้นในประเทศไทย ทดแทนการสั่งซื้อนำเข้าจากต่างประเทศโดยเร็ว เพื่อให้การพัฒนาการบริการขนส่งด้วยระบบรางของประเทศมีความยั่งยืนตามนโยบายดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ในปัจจุบันกระทรวงคมนาคม อยู่ระหว่างพัฒนาโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูง รวมถึงรถไฟฟ้าในเขตเมืองหลายเส้นทาง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานควบคู่ไปกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และยกระดับให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งของภูมิภาค ด้วยเหตุผลดังกล่าว จะทำให้ประเทศไทยมีความต้องการที่จะต้องจัดหาหัวรถจักรและขบวนรถไฟอีกจำนวนมาก ดังนั้น จำเป็นต้องผลักดันให้ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการออกแบบและผลิตรถไฟด้วยตนเอง ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีมาตรฐานระดับโลก ซึ่งจะทำให้มีต้นทุนการผลิตและการบำรุงรักษาระหว่างการใช้งานที่ถูกกว่าการนำเข้า อีกทั้ง สามารถผลิตให้ตรงกับความต้องการของ รฟท. และสามารถรองรับการผลิตตามคำสั่งซื้อในประเทศ และส่งออกไปยังต่างประเทศได้อีกด้วย

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ในภูมิภาคเอเชีย และมีศักยภาพในการผลิตสูง ทำให้มีความพร้อมด้านวัตถุดิบ แรงงานฝีมือ และประสบการณ์ ที่จะผลิตชิ้นส่วนและอะไหล่ในอุตสาหกรรมระบบราง หากมีการจัดตั้งโรงงานผลิตรถไฟขึ้นในประเทศไทย จะเป็นธุรกิจใหม่ ที่จะสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย รวมไปถึง การพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนและอะไหล่รถไฟภายในประเทศ ปรับเปลี่ยนพัฒนาและสร้างผู้ผลิตชิ้นส่วนและอะไหล่รถยนต์ของไทยที่เข้มแข็งมาสู่อุตสาหกรรมราง สร้าง ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของอุตสาหกรรมไทยได้ทั้งระบบการใช้ วัตถุดิบภายในประเทศ (Local Contents) จากผู้ผลิตไทย จะช่วยสร้างเศรษฐกิจเป็นรูปแบบการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบสินค้าและเทคโนโลยีใหม่ (New S Curve) ให้กับประเทศอีกด้วย

สำหรับบริษัททูราซาช (TÜRASAŞ) เป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้กำกับของกระทรวงคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานตุรกี มีโรงงานผลิตและซ่อมรถไฟ 3 แห่ง ประกอบด้วย เมืองซากาย่า เอสกิเซเฮียร์ และซีวัส อีกทั้งยังมีศูนย์วิจัย 2 แห่งในเมืองซากาย่า และเอสกิเซเฮียร์ บริษัทมีพื้นที่ทั้งหมด 400,000 ตารางเมตร ปัจุบันมีพนักงาน 4,000 คน